Skip to main content
แม้การสอนคนตาบอดใช้สมาร์ทโฟนอาจดูเป็นเรื่องใหม่ที่กลุ่มคนตาบอดพยายามผลักดัน แต่อย่างไรก็ดี โครงการสอนคนบอดนี้ไม่ได้เป็นเรื่องใหม่เสียทีเดียว เพราะสมัยก่อนการสอนคนตาบอดใช้สมาร์ทโฟนนั้นถือเป็นโครงการที่ต้องขอทุน รอเวลา รวบรวมคนและจัดอบรมในโรงแรม ซึ่งอาจทำให้คนตาบอดต้องใช้เวลานานหลายเดือน
ปัจจุบันพอพูดถึงการใช้งานสมาร์ทโฟน เชื่อว่าหลายคนใช้งานเป็น หรือแม้เปลี่ยนรุ่น เปลี่ยนยี่ห้อก็อาจใช้เวลาไม่นานในการปรับตัวให้ชิน แต่ไม่ใ่ช่สำหรับคนตาบอดที่การเข้ามาของสมาร์ทโฟนและแอปพลิเคชันต่างๆ อาจทำให้พวกเขาปรับตัวและใช้งานไม่ได้
‘เจเนวีฟ คอลฟีลด์’ บทเรียนบทที่ 1 ของการศึกษาคนตาบอดไทย“บทเรียนแรกที่ดิฉันพยายามสอนนักเรียนให้เข้าใจก็คือ คนหนึ่งจะเป็นคนโดยสมบูรณ์ได้ก็ต่อเมื่อเขาเป็นคนมีประโยชน์และปรับตัวอยู่ได้โดยอิสระในสังคมร่วมกับคนตาดี”
เป้าหมายหนึ่งของชีวิตของใครหลายคนคือ การมีบ้านเป็นของตัวเอง แต่การมีบ้านกลับไม่ใช่เรื่องง่ายเพราะราคาบ้านในปัจจุบันนั้นสวนทางกับค่าครองชีพ ขนาดบ้านโซนชานเมืองก็ยังราคาสูงถึง10-20 ล้านบาท การกู้จึงเป็นทางเลือกหนึ่งสำหรับคนผ่อนบ้า
เมื่อวันเสาร์ที่ 21 ตุลาคมที่ผ่านมา ศูนย์การดำรงชีวิตอิสระคนพิการพุทธมณฑล,Thisable.me, บุญรอดบริวเวอรี่ และดิคอมมูเน่ จัดงานเสวนาเสรีภาพหรือเสรีพร่อง 2.0 ประเด็นคนพิการกับศาสนา โดยมีอรรถพล ศรีชิษณุวรานนท์, ปิยณัฐ ทองมูล, สหรัฐ สุขคำหล้า และภัทรธรณ์ แสนพินิจ ร่วมเสวนา ดำเนินรายการโดยขวัญชาย ดำรงค์
เชื่อว่าหลายคนอาจจะคุ้นตาโพสต์แนะนำให้ใช้บริการคนตาบอดช่วยถอดเทปผ่านหน้าเฟซบุ๊ก หนำซ้ำโพสต์เหล่านั้นยังมีตัวอย่างงานถอดเทปให้เห็นว่า คุณภาพผลงานของคนตาบอดทำได้ดีไม่แพ้คนตาดีเลย
แม้ปัจจุบันสถาบันการศึกษาไทยจะพยายามสนับสนุนสวัสดิการและพยายามสร้างสิ่งแวดล้อมที่เอื้อให้คนพิการสามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ด้วยตนเอง แต่ก็ยังถือว่าน้อยมากถ้าเทียบกับอัตราส่วนของสถาบันการศึกษาทั้งหมดในประเทศ นอกจากนี้ยังมีปัจจัยอ
จากข้อมูลของรายงานสถานการณ์คนพิการโดยกรมส่งเสริมพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ เมื่อช่วงสิ้นปีที่ผ่านมา แสดงให้เห็นว่า ในทางปฏิบัติแม้คนพิการเข้าถึงการเรียนฟรี แต่เมื่อพวกเขาเรียนจบกลับไม่ได้เป็นสิ่งการันตีว่า คนพิการจะมีอาชีพเท่าเทียมกับคนอื่น ในปีที่ผ่านมามีคนพิการ จบการศึกษาระดับอุดมศึกษากว