Skip to main content

หลังจากที่ ณัฐนนท์ บุญสม นักศึกษาชั้นปีที่ 2 คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง และเป็นชายข้ามเพศพิการทางการได้ยิน ได้ยื่นหนังสือถึงอธิการบดีมหาวิทยาลัยรามคำแหง และคณบดีคณะนิติศาสตร์ เมื่อวันที่ 18 ก.ย.68 เพื่อขอความอนุเคราะห์ปรับปรุงระบบการเรียนการสอนให้เอื้อต่อนักศึกษาพิการทางการได้ยิน (อ่านที่ https://thisable.me/content/2025/09/1010 )


ณัฐนนท์ระบุว่า นักศึกษาหูตึงไม่ได้เผชิญปัญหาเพียงการได้ยินเสียงเบาเท่านั้น แต่เสียงที่ได้ยินยังมีลักษณะเพี้ยน แตก เบลอ และขาดความชัดเจน ทำให้การเรียนรู้มีข้อจำกัด โดยเฉพาะการเรียนผ่านคลิปบรรยายในระบบ Course on demand ของมหาวิทยาลัยที่ยังไม่มีระบบ Live transcribe หรือ Subtitle รองรับ ส่งผลให้ผู้เรียนต้องใช้เวลาอย่างน้อย 3 ชั่วโมงในการถอดเนื้อหาจากคลิปบรรยาย 1 ชั่วโมง (อ่านที่ https://thisable.me/content/2025/09/1011 )

ล่าสุดทางมหาวิทยาลัยรามคำแหงได้แจ้งผลดำเนินการตามหนังสือ อว 0601.0105/ 723 มหาวิทยาลัยรามคำแหง เมื่อวันที่ 6 มีนาคม 2569 ใจความว่า

ตามที่ท่านได้มีหนังสือขอให้มหาวิทยาลัยรามคำแหงแจ้งความคืบหน้า แนวทางการดำเนินงาน และกรอบระยะเวลาที่ชัดเจนเกี่ยวกับการจัดทำสื่อการเรียนรู้สำหรับนักศึกษาพิการนั้น กองกิจการนักศึกษา มหาวิทยาลัยรามคำแหง ขอชี้แจงผลการดำเนินการดังกล่าว ดังต่อไปนี้

1. ความคืบหน้าในการดำเนินการในเบื้องต้น ศูนย์บริการนักศึกษาพิการ งานบริการและสวัสดิการนักศึกษา กองกิจการนักศึกษา ได้ประสานงานกับหน่วยงานภายในมหาวิทยาลัยที่เกี่ยวข้องในการจัดทำสื่อเทปคำบรรยาย ถึงแนวทางในการดำเนินการจัดทำข้อความคำบรรยายในเทปคำบรรยายรายกระบวนวิชานั้น ซึ่งจากการหารือสามารถทำได้โดยต้องจัดหาโปรแกรมสำหรับถอดข้อความจากเทปคำบรรยาย และได้ดำเนินการทดสอบโปรแกรมต่างๆ แล้ว เห็นควรใช้โปรแกรม Vocalog ในการถอดข้อความจากเทปคำบรรยาย เนื่องจากมีความถูกต้องและแม่นยำค่อนข้างสูง แต่เนื่องจากเทปคำบรรยายถือเป็นลิขสิทธิ์ของมหาวิทยาลัยและเจ้าของกระบวนวิชานั้นๆ จึงมีความจำเป็นที่จะต้องได้รับความยินยอมจากทางคณะหรือเจ้าของวิชานั้นๆ รวมถึงการตรวจสอบข้อความคำบรรยายว่าถูกต้องครบถ้วนเหมาะสม ก่อนนำสื่อที่กล่าวไปเผยแพร่ต่อไป

2. แนวทางในการดำเนินการจัดทำสื่อคำบรรยาย (เทปคำบรรยายและข้อความคำบรรยาย) มหาวิทยาลัยรามคำแหง พิจารณาแล้วเห็นควรตั้งคณะกรรมการเพื่อดำเนินการจัดทำสื่อเผยแพร่ดังกล่าว ประกอบด้วย คณะ สถาบันคอมพิวเตอร์ สำนักเทคโนโลยีการศึกษา และกองกิจการนักศึกษา โดยมีแนวทางเบื้องต้นสามารถดำเนินการเผยแพร่สื่อดังกล่าว ตั้งแต่ภาค 1 ปีการศึกษา 2569 เป็นต้นไป โดยในขั้นต้นจักดำเนินการจัดทำสื่อคำบรรยายในรายกระบวนวิชาที่นักศึกษาได้ร้องขอก่อน และในอนาคตต่อไปหากสื่อดังกล่าวทำให้เกิดประโยชน์กับนักศึกษาในภาพรวม คณะกรรมการฯ อาจจะดำเนินการจัดทำสื่อคำบรรยายในกระบวนวิชาอื่นๆ อีกต่อไป

ทั้งนี้ ศูนย์บริการนักศึกษาพิการ งานบริการและสวัสดิการนักศึกษา กองกิจการนักศึกษา จะได้ดำเนินการติดต่อนักศึกษาเพื่อขอทราบรายวิชาที่นักศึกษามีความต้องการในการจัดทำสื่อคำบรรยาย เพื่อจะได้ดำเนินการจัดทำสื่อคำบรรยายต่อไป ‘

โดยณัฐนนท์ได้กล่าวหลังมีจดหมายดังกล่าวว่า ตนเองรู้สึกดีใจมาก เพราะการยื่นเรื่องเพื่อปรับปรุงระบบการเรียนการสอนดังกล่าวนั้นทำเพราะมีเจตนาอยากให้เกิดความเท่าเทียมของการศึกษาของคนพิการ และอยากทำให้สังคมรู้ว่า "คนพิการเองก็คู่ควรกับการมองเห็น โดยไม่ต้องร้องขอจากใครเหมือนกัน" และต่อจากนี้ณัฐนนท์จะติดตามผลการปฏิบัติ และคุณภาพของการจัดทำสื่อการสอน มากไปกว่านั้นเขาหวังให้การขับเคลื่อนนี้ไม่หยุดอยู่ที่มหาวิทยาลัยรามคำแหงเท่านั้น แต่เกิดขึ้นในระดับประเทศต่อไป