กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ (DOJ) ประกาศดีเดย์บังคับใช้กฎระเบียบใหม่ภายใต้กฎหมาย ADA Title II เพื่อขจัดอุปสรรคทางดิจิทัลที่ขัดขวางสิทธิพลเมือง โดยกำหนดให้หน่วยงานรัฐระดับรัฐและท้องถิ่นต้องปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลทั้งหมดให้สอดคล้องกับมาตรฐานทางเทคนิค WCAG 2.1 ระดับ AA ซึ่งครอบคลุมตั้งแต่องค์ประกอบบนเว็บไซต์ แอปพลิเคชันมือถือ ไปจนถึงเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ทุกประเภทที่ประชาชนต้องใช้งาน รวมถึงสื่อมัลติมีเดียอย่างวิดีโอที่ต้องมีคำบรรยายแทนเสียง (Captions) และไฟล์เสียงที่ต้องมีคำบรรยายแทนเสียง (Transcripts)
โดยกฎหมายเน้นย้ำว่าเอกสารใดๆ ที่ยังใช้เพื่อรับบริการในปัจจุบัน เช่น แบบฟอร์มขอรับสวัสดิการหรือคู่มือระเบียบการ แม้จะถูกสร้างขึ้นมานานแล้วก็ต้องถูกนำมาปรับปรุงให้ผ่านมาตรฐานการเข้าถึง (Accessibility) ทั้งหมด เพื่อให้คนพิการทางการเห็น การได้ยิน และการเคลื่อนไหว สามารถทำธุรกรรมภาครัฐได้อย่างเท่าเทียม
สำหรับเส้นตายการบังคับใช้ถูกแบ่งตามศักยภาพของหน่วยงาน โดยกลุ่ม หน่วยงานขนาดใหญ่ที่มีประชากรดูแลตั้งแต่ 50,000 คนขึ้นไป กำลังเข้าสู่ช่วงวิกฤตเนื่องจากต้องดำเนินการให้เสร็จสิ้นภายในวันที่ 24 เมษายน 2026 นี้
ขณะที่ หน่วยงานขนาดเล็กที่มีประชากรน้อยกว่า 50,000 คน และเขตปกครองพิเศษ จะได้รับระยะเวลาผ่อนผันเพิ่มเติมไปจนถึงวันที่ 26 เมษายน 2027 อย่างไรก็ตาม กฎหมายยังเปิดช่องผ่อนปรนสำหรับเนื้อหาบางประเภท เช่น เอกสารที่ถูกจัดเก็บถาวรเพื่อการอ้างอิงทางประวัติศาสตร์ (Archived Content) หรือโพสต์บนโซเชียลมีเดียรุ่นเก่าที่ไม่ต้องตามแก้ไขย้อนหลัง แต่สำหรับเนื้อหาใหม่และบริการหลักที่ส่งผลต่อสิทธิพลเมือง รัฐบาลย้ำชัดว่าความล่าช้าอาจนำไปสู่การถูกฟ้องร้องฐานละเมิดสิทธิพลเมือง ซึ่งการเคลื่อนไหวครั้งนี้ถือเป็นการปักหมุดหมายใหม่ที่บีบให้เทคโนโลยีภาครัฐต้องก้าวข้ามขีดจำกัดเพื่อรองรับคนทุกกลุ่มอย่างแท้จริง
WCAG 2.1 ระดับ AA ให้กลายเป็นข้อบังคับที่มีบทลงโทษและเส้นตายชัดเจนในปี 2026 ขณะที่ประเทศไทยแม้จะไม่มีเส้นตายระบุเป็นวันที่เด็ดขาด แต่ก็มี พ.ร.บ. ส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ พ.ศ. 2550 (มาตรา 20) ที่คุ้มครองสิทธิในการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารและบริการสาธารณะดิจิทัลไว้อย่างเข้มข้นสอดคล้อง นอกจากนี้ หน่วยงานรัฐไทยยังถูกกำกับด้วยมาตรฐานเว็บไซต์ภาครัฐของ DGA เป็นเกณฑ์หลักในการประเมินความโปร่งใสและประสิทธิภาพของบริการภาครัฐ (ITA)
อย่างไรก็ตาม ความแตกต่างที่สำคัญอยู่ที่กลไกการบังคับใช้และขอบเขตความรับผิดชอบ โดยสหรัฐฯ เน้นการบังคับใช้เชิงรุกที่ครอบคลุมไปถึงเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ทุกชนิด (PDF, Office files) และแอปพลิเคชันมือถืออย่างละเอียด รวมถึงมีกระบวนการฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายที่รุนแรงหากหน่วยงานเพิกเฉยต่อเส้นตาย ส่วนในบริบทของประเทศไทย การขับเคลื่อนส่วนใหญ่ยังอยู่ในลักษณะการ "ส่งเสริมและประเมินผล" ตามยุทธศาสตร์รัฐบาลดิจิทัล ซึ่งแม้จะมีกฎหมายรองรับแต่ความท้าทายหลักยังอยู่ที่การบังคับใช้กฏหมาย การทำให้คนพิการเข้าถึงง่าย เช่น การแปลงไฟล์เอกสารราชการจำนวนมหาศาลจาก "ภาพสแกน" ให้เป็น "ข้อมูลดิจิทัล" ที่โปรแกรมอ่านหน้าจอสามารถอ่านได้จริง