19 ส.ค.2568 ศูนย์นิติศาสตร์ คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้รับมอบอำนาจจากนายศุภวิชญ์ จันทร์เสถียร เพื่อยื่นหนังสือถึงเลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม ขอให้ชี้แจงเหตุผลการไม่ประกาศรายชื่อศุภวิชญ์เป็นผู้มีสิทธิสอบคัดเลือกเพื่อบรรจุเป็นข้าราชการตุลาการในตำแหน่งผู้ช่วยผู้พิพากษา ประจำปี พ.ศ.2568 (สนามใหญ่ 2568)
ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 15 ก.ค.2568 ศุภวิชญ์ได้ขอคำปรึกษากฎหมายและขอความช่วยเหลือต่อศูนย์นิติศาสตร์ กรณีไม่ได้รับการประกาศรายชื่อเป็นผู้มีสิทธิสอบคัดเลือกเพื่อบรรจุเป็นข้าราชการตุลาการ ในตำแหน่งผู้ช่วยผู้พิพากษา ทั้งที่ศุภวิชญ์ได้สมัครสอบภายในระยะเวลาที่กำหนด และไม่ได้ร้องขอใช้ผู้ช่วยเขียนคำตอบ เพียงแต่แจ้งความประสงค์ขอใช้โต๊ะสอบที่สามารถรองรับการใช้รถเข็นในการเข้าสอบได้เท่านั้น แต่กลับไม่มีการประกาศรายชื่อให้เป็นผู้มีสิทธิสอบคัดเลือก
ศูนย์นิติศาสตร์เห็นว่า กรณีดังกล่าวเป็นปัญหาเกี่ยวกับหลักความเสมอภาคและสิทธิในการเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมของบุคคลผู้มีข้อจำกัดทางร่างกาย จึงขอให้เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรมชี้แจงเป็นลายลักษณ์อักษรว่า เหตุใดคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม (ก.ต.) จึงไม่รับสมัครและไม่ประกาศรายชื่อของนายศุภวิชญ์เป็นผู้มีสิทธิเข้าสอบในครั้งนี้
ทั้งนี้ ศูนย์นิติศาสตร์ยืนยันบทบาทในการให้ความช่วยเหลือประชาชนทางกฎหมาย และจะติดตามความคืบหน้าเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด พร้อมให้ความช่วยเหลือหากมีประชาชนรายอื่นที่ประสบปัญหาในลักษณะเดียวกัน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ศุภวิชญ์เคยให้สัมภาษณ์ ก่อนหน้านี้ว่า มีอาการกล้ามเนื้ออ่อนแรงแต่กำเนิด และศึกษากฎหมายจนได้เป็นทนายความอาชีพมาแล้วราว 3 ปี เขาเคยสมัครสอบเป็นผู้ช่วยผู้พิพากษามาแล้วหนึ่งในปี 2567 และได้ร้องขอ ‘ผู้ช่วยเขียน’ โดยอ้างอิงถึงการสอบเนติบัณฑิตและการสอบทนายความ
“ตอนสอบตั๋วทนายความครั้งแรก ผมเขียนข้อสอบไม่ทัน เพราะมือไม่แข็งแรงเหมือนคนทั่วไป อาจารย์คุมสอบเดินมาเห็นแล้วถามว่าทำไมไม่ขอคนช่วยเขียน ผมถึงได้รู้ว่าสนามสอบมีนโยบายให้คนที่มีปัญหาในการเขียนสามารถขอเจ้าหน้าที่ของสนามสอบช่วยเขียนได้ โดยที่เราบอกให้เขาเขียนตามที่เราบอก ผมจึงใช้บริการคนช่วยเขียนมาตลอดทั้งในการสอบทนายความและเนติบัณฑิต ที่สำคัญคือ ตั้งแต่นโยบายนี้มีมาเกือบ 10 ปี มีเพียงผมคนเดียวเท่านั้นที่สำเร็จการศึกษาเนติบัณฑิตโดยการขอผู้ช่วยเขียน นี่เป็นเรื่องปกติของการสอบในสนามทั่วไป” ศุภวิชญ์เคยกล่าวไว้
อย่างไรก็ดี การสมัครสอบผู้ช่วยผู้พิพากษาในปี 2567 แม้คุณสมบัติครบถ้วนก็ไม่ปรากฏชื่อเป็นผู้มีสิทธิสอบ ก่อนหน้านั้นเขาถูกเรียกไปตรวจสุขภาพ แต่กลับเป็นการตรวจสุขภาพจิตและแพทย์มีความเห็นว่าไม่สมควรขอผู้ช่วยเขียน
“ตอนแรกผมเข้าใจว่าเขาจะมาตรวจดูว่าไม่แข็งแรงจริงหรือไม่ เพื่อพิจารณาเรื่องผู้ช่วยเขียน แต่เมื่อไปถึงแพทย์กลับพาผมเข้าห้องสำรวจสุขภาพจิต จากนั้นแพทย์ก็ถามถึงเรื่องการขอผู้ช่วยเขียน ผมอธิบายไปว่ามีเจ้าหน้าที่ของสนามสอบมานั่งโต๊ะเดียวกับผมและเขียนตามที่ผมบอกทุกอย่าง แพทย์ถามว่าแล้วคนอื่นจะไม่ได้ยินหรือ ผมอธิบายว่าห้องสอบเปิดแอร์เสียงดัง และเมื่อใกล้หมดเวลาที่ปิดแอร์ ผมก็ต้องกระซิบกับคนเขียน แต่แพทย์กลับบอกว่าวิธีการสอบแบบนี้ "ไม่สมควร" เพราะเป็นการสอบโดยใช้ "สองหัว" คือความคิดของผมและคนเขียนผสมกันในคำตอบ” ศุภวิชญ์ให้ข้อมูล
เรื่องดังกล่าวกลายเป็นกระแสถกเถียงกันในสังคม ศุภวิชย์ยังได้ทำหนังสืออุทธรณ์ไปยัง ก.ต.โดยยืนยันว่าทำหน้าที่ทนายความได้อย่างเต็มที่ และสามารถทำหน้าที่ผู้พิพากษาได้อย่างสมบูรณ์เช่นกัน ต่อมา ก.ต. มีคำชี้แจงว่า การเขียนข้อสอบที่มีผู้ช่วยเหลือเป็นการผสมกันระหว่างกระบวนการความคิดของผู้สอบกับผู้เขียนจึงตัดสิทธิในการสอบ ส่วนเรื่องที่อุทธรณ์ว่าสามารถปฏิบัติหน้าที่ได้นั้นเป็นเรื่องอื่นที่ไม่ใช่ประเด็นในการตัดสิทธิ จึงไม่รับพิจารณา กระทั่งเขาสมัครสอบอีกครั้งในปีนี้ (2568) โดยครั้งนี้เพียงขอนำวีลแชร์เข้าห้องสอบ แต่ก็ไม่ปรากฏรายชื่อเขาเป็นผู้มีสิทธิสอบอีก จึงนำมาซึ่งการขอคำชี้แจงอย่างเป็นทางการในครั้งนี้