Skip to main content

สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (7 มกราคม 2569) – เครือข่ายองค์กรคนพิการ 21 แห่ง เข้าหารือร่วมกับ สปสช. กรณีการปรับทิศทางงบประมาณสนับสนุนหน่วยบริการตามมาตรา 3 (ภาคประชาชน) ด้านการฟื้นฟูสมรรถภาพคนพิการ โดยแสดงความกังวลต่อแนวทางการเปลี่ยนระบบเบิกจ่ายจากรายรายการ ไปเป็นระบบโครงการ ผ่านกองทุนจังหวัด ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อความต่อเนื่องในการพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ



เครือข่ายฯ ได้แสดงความกังวลอย่างยิ่งต่อแนวทางของ สปสช. ที่อาจปรับรูปแบบการสนับสนุนจากการเบิกจ่ายตามรายการบริการ (Fee Schedule) ไปเป็นรูปแบบ "โครงการ" หรือการบริหารผ่านกองทุนจังหวัด ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อความต่อเนื่องของบริการ เกิดความเหลื่อมล้ำจากดุลยพินิจที่ต่างกันในแต่ละพื้นที่

เครือข่ายฯ จึงมีข้อเสนอให้ สปสช. ยืนยันว่าบริการฟื้นฟูภาคประชาชนเป็น "บริการจำเป็น" และควรจัดสรรงบประมาณรายปีที่มั่นคงภายใต้หมวดฟื้นฟูสมรรถภาพโดยเฉพาะ เพื่อไม่ให้ต้องแข่งขันกับงบประมาณด้านสุขภาพด้านอื่น พร้อมทั้งเสนอให้คงระบบการจ่ายตามรายการบริการไว้เป็นหลักเพื่อรักษาเสถียรภาพของหน่วยบริการ



ทั้งนี้ ที่ประชุมได้มีมติเห็นชอบให้มีการทดลองนำร่องในรูปแบบโครงการเป็นเวลา 3 เดือน โดยจะมีการนัดหารือกับเลขาธิการ สปสช. อีกครั้งเพื่อประเมินผลกระทบและถอดบทเรียนจากการนำร่อง หากพบว่ารูปแบบใหม่ลดทอนคุณภาพชีวิตหรือสร้างอุปสรรคในการเข้าถึงบริการ เครือข่ายฯ จะขอให้ สปสช. ทบทวนกลับไปใช้กลไกการสนับสนุนเดิมที่พิสูจน์แล้วว่ามีประสิทธิภาพสูงสุดต่อคนพิการต่อไป

การขับเคลื่อนการจัดบริการฟื้นฟูสมรรถภาพคนพิการ ภายใต้ ระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ โดยคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติเห็นชอบให้ ศูนย์บริการคนพิการทั่วไป ที่ พม. รับรอง เป็น "สถานบริการสาธารณสุขอื่น" ตามมาตรา 3 ส่งผลให้เกิดการพัฒนาบริการฟื้นฟูสมรรถภาพคนพิการโดยภาคประชาชนและเครือข่ายคนพิการร่วมกับสถาบันวิชาการ ปัจจุบันมีบริการที่บอร์ดเห็นชอบแล้ว 6 บริการ โดยมี 3 บริการ สามารถเบิกจ่ายผ่านระบบ สปสช.

 

 

กองบรรณาธิการ
Editor