เป็นระยะเวลาเกือบ 2 เดือนแล้วที่ศูนย์บริการล่ามภาษามือ TTRS ปิดให้บริการล่ามภาษามือออนไลน์ ซึ่งสร้างผลกระทบให้แก่กลุ่มคนหูหนวกทั่วประเทศ แม้หน่วยงานผู้ให้งบประมาณอย่าง สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) จะออกมาแถลงถึงขั้นตอนการอนุมัติโครงการว่าอยู่ในช่วงการพิจารณา ว่าขั้นตอนอาจได้รับการอนุมัติในช่วงเดือนกันยายน แต่ระยะเวลากว่าสองเดือนก็สร้างผลกระทบให้กับคนหูหนวกในชีวิตประจำวัน เราคุยกับ บี- นับดาว และโอภาส คนหูหนวก ถึงตลอดช่วงสองเดือนที่คนหูหนวกไร้ล่ามภาษามือ TTRS

นับดาว : จริงๆ แค่วันเดียว แค่นาทีเดียวก็มีผลกระทบมากกับคนหูหนวกแล้ว มันไม่ใช่แค่นับดาว ที่เป็นคนหูหนวกคนเดียวแต่มันรวมถึงชุมชนคนหูหนวกทั่วประเทศไทยเลย ทุกคนได้รับผลกระทบอย่างหนัก เพราะว่าทุกคนต้องการใช้ล่าม TTRS ในการสื่อสาร ไม่ว่าจะเป็นการประสานงานด้านอาชีพ การสื่อสารกับคนในครอบครัว ลูก หรือว่าคุณหมอ พยาบาล ตำรวจ ถ้าเกิดอุบัติเหตุต่างๆ ก็คือต้องใช้บริการตรงนี้
พอปิดประมาณหนึ่งเดือน มันเป็นการปิดที่แบบกะทันหัน ไม่ได้เตรียมตัว ทุกอย่างมันชะงักไปหมด งานที่ทำก็ทำไม่ได้ เงินก็ลดน้อยลง ด้านครอบครัวชีวิตประจำวันก็ขาดการติดต่อสื่อสารกับครอบครัว ลูกทำงานอยู่กรุงเทพ คิดถึงคุณพ่อคุณแม่ที่อยู่ต่างจังหวัด จะสื่อสารกันจะคุยกันก็ไม่ได้
คนหูหนวกได้รับผลกระทบอย่างมากเหมือนหยุดชะงักลง คนหูดีเองก็ได้รับผลกระทบเช่นกันเพราะว่าคนหูดีเขาก็อยากคุยสื่อสารกับคนหูหนวก เช่น สถานที่ทำงาน คนหูหนวกทำงานในบริษัท คนหูหนวกที่ป่วยมีโรคประจำตัว หรือต้องใช้ล่ามในการไปหาหมอ ทุกอย่างมันแย่ลง คนหูหนวกเดือดร้อนอย่างหนัก
ผู้ประกอบการก็มีปัญหา อยากจะคุยสื่อสารกับคนหูหนวก เมื่อก่อนก็คือใช้บริการ TTRS แค่กดโทรศัพท์แล้วก็เปิดกล้องสื่อสารกันได้เลย แต่ตอนนี้ทุกอย่างเหมือนถูกปิดลง จะสื่อสารกันก็ไม่รู้เรื่อง
เมื่อก่อนคนหูหนวกนี่คือเข้าไม่ถึงอะไรเลยจริงๆ อย่างเรื่องงาน เรื่องอาชีพ โอกาสแทบไม่มีเลย ชีวิตเหมือนไม่เท่าเทียมกับคนอื่นแต่พอมี TTRS เกิดขึ้นมา ตอนแรกคนหูหนวกเองก็ยังงงๆ ไม่เข้าใจหรอก ว่ามันจะช่วยได้ยังไง จะดีจริงเหรอ? แต่เอาเข้าจริง TTRS นี่แหละ ที่ช่วยพวกเราได้เยอะมากๆ โดยเฉพาะคนหูหนวกที่อยู่ตามต่างจังหวัด หรือชนบทไกลๆ ได้รับประโยชน์ไปเต็มๆ เลย ชีวิตสบายขึ้นเยอะมาก อยากจะสื่อสารอะไร อยากโทรหาใคร คุยกับใคร สั่งอาหาร สั่งพัสดุ หรือทำอะไรออนไลน์ก็ได้หมดเลย รู้สึกเหมือนมีความเท่าเทียมเกิดขึ้นแล้วจริงๆ คนหูดีสามารถโทรกลับหาคนหูหนวกได้โดยตรงเลย ผ่านศูนย์ล่าม บางทีคนหูดีอยากติดต่อคนหูหนวกใช่ไหม แต่ไม่รู้จะโทรหายังไง ตอนนี้แค่โทรเข้ามาที่เบอร์ของคนหูหนวกปุ๊บ มันจะผ่านศูนย์ล่าม แล้วก็จะวีดีโอคอลคุยกันได้เลย
ตัวเราเอง ใช้ TTRS โทรคุยเรื่องขอสปอนเซอร์ ขอผู้สนับสนุนงานเป็นหลักเลยอย่างงานประกวดมิสเตอร์เดฟ พอเราก่อตั้งองค์กรขึ้นมา TTRS เค้าก็ช่วยติดต่อหาสปอนเซอร์ หาคนสนับสนุนให้คนหูหนวกได้มีชื่อเสียงขึ้นมา ได้ทำอะไรให้สังคมเห็นมากขึ้น
อย่างเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา TTRS ปิดไปทุกอย่างมันกะทันหันมาก กระทบไปหมดเลย กองประกวดก็ต้องเลื่อนออกไป จะจัดประกวดแล้วต้องส่งตัวแทนบินไปแข่งต่างประเทศอะไรต่างๆ ก็ต้องควักเงินตัวเองจ่ายหมดเลย จากที่องค์กรเริ่มใหญ่ขึ้น ก็กลับมาเล็กลง
มันเหมือนกับว่ารัฐบาลให้สิทธิเรามา แต่ตอนนี้เหมือนสิทธิเราถูกตัดขาดไปแล้ว ลดลงไปเลย รู้สึกเสียใจมาก อยากให้รัฐบาลหรือสังคมมองเห็นเราตรงนี้บ้าง เหมือนข่าวอื่นๆ ที่เข้ามาก็กลบข่าวเราไปหมด ข่าวนี้ก็เหมือนเงียบลงไปเลย คล้ายว่าเป็นปัญหาเล็กน้อยเอง แต่จริงๆ แล้วมันมีผลกระทบหนักมากในชีวิตประจำวันของคนหูหนวก
ส่วนหูหนวกคนอื่นส่วนใหญ่ก็จะทักมาหาส่วนตัวเลย มาเล่าให้ฟังว่า มีปัญหา อยากให้ช่วยหาล่าม หรือช่วยหาคนโทรให้หน่อย เพราะ TTRS ปิดแล้ว ไม่มีใครช่วยโทรให้เลย ล่ามก็ไม่มี ลำบากมากเพราะว่าสื่อสารกันไม่ได้
อย่างเพื่อนที่ขับ Grab หรือเป็นไรเดอร์ เขาจะรับส่งอาหารเองได้ปกติเลย แต่พอ TTRS ปิดไป แล้วต้องเปลี่ยนมารับคนอย่าง Grab Bike พอ ปักพิกัดใน Grab ใช่ไหม พอเห็นว่าเป็นคนหูหนวกปุ๊บ เขาก็จะกด 'ยกเลิก' ไปเลย เขาไม่เอาคนหูหนวกเพราะสื่อสารกันไม่ได้
หรืออย่างร้านที่คนหูหนวกเป็นเจ้าของ หรือเวลาคนหูหนวกสั่งอาหารผ่าน Lineman, Shopee สมมติว่าคนหูหนวกเปิดร้าน แล้วคนหูดีมาสั่งอาหาร พอของหมดหรือเมนูหมด ปกติจะโทรแจ้ง ใช่ไหม แต่ ณ ตอนนี้อธิบายไม่ได้แล้ว แล้ว ในการรีวิวหรือให้คะแนนดาวของร้าน ก็เหมือนลดลงไปเลยเหลือแค่ดาวเดียวทำให้ภาพลักษณ์ ชื่อเสียงทุกอย่างมันถูกมองข้าม เหมือนมองว่าคนหูหนวกทำงาน ไม่มีประสิทธิภาพ
อย่างมีครั้งหนึ่งเคยเจอคนหูหนวกโทรมาหา เขาบอกว่า 'ขอให้ช่วยคุยกับพ่อแม่ได้ไหม' คือพ่อแม่เขาเป็นคนหูหนวก แต่ลูกเขาเป็นคนหูดี แล้วลูกเขาไม่สบาย ลูกชัก ตอนนั้นคือด่วนมาก ประมาณเที่ยงคืนหรือห้าทุ่มนี่แหละ ต้องการล่ามด่วน จะได้คุยกับคุณหมอเพราะเขียนคุยกับคุณหมอก็ไม่เข้าใจ
แต่ตอนนั้นคือ ล่ามนอนหลับไปหมดแล้ว โทรหาใครก็ไม่มีใครตอบ ไม่มีใครรับ พอโพสต์ไปในเฟซบุ๊ก ในกลุ่มกองประกวดของนับดาว คือหาล่ามอาสาสมัคร ว่าจะมีใครอาสามาช่วยแปลให้หน่อยไหม ก็หาไม่ได้ คนหูหนวกเขาเสียใจมาก เข้าใจความรู้สึกเขาเลย
นับดาวพิมพ์คุยสื่อสารได้ ช่วยตัวเองได้ระดับหนึ่งเลย แต่คนหูหนวกหลายคนในชุมชนคนหูหนวก บางทีเขาก็เขียนไม่ได้ อ่านภาษาไทยไม่ได้ ใช้ภาษามือได้อย่างเดียว อย่างงี้คือถ้าไม่มีล่าม ก็เหมือนไม่มีใครสื่อสารกับเขาได้เลย เข้าไม่ถึงเลย เหมือนทุกอย่างมันถูกปิดล็อก ปิดกั้นไว้หมด
พอสื่อสารไม่ได้ คุณค่าของคนหูหนวกหายไปเลย บอกตรงๆ เลยว่า ผลกระทบมันหนักมากจริงๆ ถ้ายังปิดต่อไปอนาคตคนหูหนวกอาจจะทำอาชีพไม่ได้ ตอนนั้น ร้านประจำที่เคยสั่ง เคยรู้จัก ลูกค้าที่เป็นลูกค้าของคนหูหนวกก็จะค่อยๆ หายไป เบอร์โทรคนหูหนวกเขาก็จะไม่ติดต่อแล้ว เขาบอกว่า ติดต่อช้า ติดต่อไม่ได้
รอบที่แล้วที่ปิด 7 วัน ก็หนักแล้ว แต่นี่เดือนสองเดือน โอ้โห รู้สึกว่า สองเดือนนี่หนักมากจริงๆ
ลองเปรียบเทียบเหมือนคนหูดีทำงาน แล้วเงินเดือนคุณถูกดองไว้ ไม่จ่ายคุณสองเดือน คุณรู้สึกยังไงบ้าง ทุกอย่างถูกหยุดเหมือนกัน อย่างอาชีพ ค่าใช้จ่าย ค่ากิน ค่าอยู่ ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าเช่าห้อง ทุกอย่างเขาก็ต้องหารายได้มาหมุนเหมือนกัน ทุกอย่างมันต้องหมุนไปได้

โอภาส : ตอนนี้คนหูหนวกกระทบกับชีวิตมากจริงๆ เราอยากให้ กสทช. ช่วยเหลือโดยด่วน ให้ทุนสนับสนุน เพราะคนหูหนวกจะได้ รับการสื่อสารที่เท่าเทียม จะได้ช่วยลดปัญหาตรงนี้ ตอนนี้คือเราต้องรออย่างเดียว ทำอะไรไม่ได้ Grab ก็ทำไม่ได้ ส่งของก็ไม่ได้ ถ้าเกิดมีคนป่วยอย่างนี้ก็กระทบไปหมด
คือเด็กๆ ที่อยู่ตามโรงเรียนเด็กหูหนวก พอจะโทรหาผู้ปกครอง หาพ่อแม่ ก็ไม่มีล่ามบริการ มันก็เป็นผลกระทบ บางทีถ้าเราอยู่ห่างไกลกับครอบครัวอย่างนี้ ล่ามก็ไม่มี จะให้พ่อแม่มาก็ไม่ได้ คือจริงๆ แล้ว มันเป็นโครงการเร่งด่วน เราก็อยากให้ช่วย จะให้มาจองล่ามไปทุกเคสทุกงานก็ไม่ได้ พอ TTRS ปิดไป อย่างนี้ ก็คือ เท่ากับว่าเราถูกตัดขาดทางการสื่อสารไปเลย ไม่ว่าจะเป็นการ ไปหาหมอที่โรงพยาบาล มันก็มีปัญหาในการสื่อสาร
บางทีถ้ายืดระยะเวลาออกไปอย่างนี้ โดยไม่รู้ว่าจุดหมายมันอยู่ตรงไหน จะเปิดเมื่อไหร่ คนหูหนวกก็รู้สึกไม่สบายใจ แล้วมันก็ กระทบกับชีวิตโดยตรง
แล้วบางทีโทรหาแฟน แฟนผมป่วย ผมก็ได้สื่อสารได้คุย ลูกผมทำงานที่ไหน ทำอะไรยังไง พาไปโรงพยาบาลยังไง ก็มีล่ามนี่แหละที่คอยช่วยทำให้ผมเข้าใจ สื่อสารได้ ล่ามช่วยแปลให้หมอฟังด้วยซ้ำในการตรวจ ก็คือ สื่อสารตรง ไม่มีปัญหา
คือจริงๆ แล้ว TTRS ทำให้ชีวิตผมสะดวกสบายครับ ทำให้ผมรู้สึกเท่าเทียม แอบอยากวอนขอจริงๆ ในครั้งต่อไป ช่วยแก้กฎหมายใหม่ หรือใส่ใน พ.ร.บ. ไปเลยว่าบริการ TTRS อยากให้ช่วย สนับสนุนไปตลอด คล้ายๆ กับเงินของผู้สูงอายุ คนพิการ ที่เขาจะมีให้ตลอด อยากให้เพิ่มไปเลยในกฎหมาย
เพราะเวลาเกิดปัญหามา โครงการนี้ก็คือหายไป เงินหาย เงินหมด ล่ามก็ไม่มีเงินมาจัดบริการให้ ชีวิตคนหูหนวกก็คือสูญหายไปเลย แล้วถ้าไม่มีการสนับสนุนงบ ถ้าศูนย์นี้ล่ม พวกเราจะทำยังไงอยากให้รัฐช่วยเหลือโดยต่อเนื่องจะดีกว่า