Skip to main content

หากได้มีโอกาสอ่านคอลัมน์ Mental Life by Chanisara ก็จะพบหลากหลายเรื่องราวที่น่าสนใจไม่ว่าจะเป็น เรื่องราวทางสุขภาพจิต มุมมองชีวิตต่อวันที่แย่ จนไปถึงการดื่มน้ำที่จะปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตของผู้คนได้ใน 1 วัน แต่คงมีน้อยคนที่จะรู้ว่าคอลัมน์ดีๆ นี้บโซเชียลมีเดียของแสนสิริ เกิดขึ้นโดย แบมแบม - ชนิสรา หน่ายมี Content Creator ที่มีความพิการจากแสนสิริ  คอลัมน์นี้นั้นเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้แสนสิริได้รางวัล Thailand Social Awards 2024 ในสาขา Best Brand Performance on Social Media โดยคว้ารางวัลเป็นครั้งที่ 9 อย่างต่อเนื่อง

ชวนรู้จักกับแบมแบมผ่านชีวิตที่สดใส เพื่อรู้จักกับที่มาและที่ไปของอาชีพนี้ กว่าจะถึงวันที่เธอทำงานในฐานะ Content creator นั้นเธอต้องเจอกับอะไรบ้าง และความพิการทำให้เส้นทางการเติบโตสู่การเป็นคนเขียนงานด้าน Mental Health เป็นอย่างไร

อยากให้แบมอธิบายถึงความพิการของตัวเอง อะไรที่คนอาจจะยังไม่เข้าใจ

แบมแบม : แบมเป็นซีพี หรือ Cerebral Palsy ตอนที่เกิดมาแล้วขาดอากาศหายใจ ทำให้สมองส่วนที่ควบคุมการเคลื่อนไหวถูกทำลายหรือบกพร่อง ก็เลยมีพัฒนาการทางร่างกายช้าอาการของแบมจะมีอาการผิดปกติ ในส่วนของ มือ ขา การพูดและสายตา แต่จริงๆ แล้วที่เป็นหนักที่สุดคือขา ทำให้เดินไม่ได้ตั้งแต่เกิด มือเองก็เขียนหนังสือไม่ได้ พูดไม่ชัด ต้องฝึกกายภาพหนักมากเพื่อที่จะทำให้เดินได้บ้าง เพราะว่าถ้าไม่ฝึก คนที่เป็นโรคนี้โดยส่วนมากจะเดินด้วยตัวเองไม่ค่อยได้  ต้องฝังเข็มให้ตัวเองเขียนหนังสือได้ ทำทุกอย่างที่จะทำให้ตัวเองดีขึ้น ผ่านการผ่าตัด 3 ครั้ง แต่ละครั้งต้องนอนอยู่บนเตียงตลอด 3 เดือน และต้องเริ่มฝึกเดินนับหนึ่งใหม่ทุกครั้ง ทั้งนี้อาการของแต่ละคนก็ต่างกันไป ขึ้นอยู่กับว่าสมองถูกทำลายมากน้อยแค่ไหน ทำให้มีข้อจำกัดแตกต่าง

ตั้งแต่เด็กมา ความพิการนี้มีผลต่อการใช้ชีวิตอย่างไรบ้าง ต้องฝึกฝนอะไรเป็นพิเศษไหม

ต้องทำกายภาพทุกวัน วันละหลายชั่วโมงเพื่อที่จะให้เดินได้ หมอบอกแม่ว่าคนเป็นโรคนี้แทบจะเป็นไปไม่ได้ที่จะเดินได้ แต่แม่ไม่เชื่อก็เลยพาไปกายภาพตั้งแต่เด็ก ไปคลินิกอาทิตย์ละครั้ง และฝึกที่บ้านทุกวัน แต่ละวันจะมีสมุดตารางว่าต้องฝึกอะไรบ้าง

ตอนไปเรียนก็ไปปกติ ตกเย็นกลับมาก็ต้องฝึกก่อนทำการบ้าน แล้วกลางคืนก็ต้องทำกายภาพอีก โดยการยืดเหยียดกล้ามเนื้อ เพราะกล้ามเนื้อจะเกร็งตลอดเวลา ต้องพยายามยืดเพื่อให้คลายและเดินได้ดีขึ้น หลายคนคิดว่า โรคนี้รักษาให้หายได้ แต่จริงๆ แล้วโรคนี้ไม่หาย แต่เราก็พยายามใช้ชีวิตให้เหมือนคนปกติมากที่สุด

ตอนเด็กๆ เราไม่เข้าใจหรอกว่าทำไมต้องทำกายภาพทุกวัน ตอนวัยเด็กยังยอมรับตัวเองก็ไม่ได้ แต่พอโตขึ้นมาเราก็พยายามเข้าใจตัวเองมากขึ้นและยอมรับกับมันได้เพราะไม่ว่าเราจะ โทษฟ้า โทษดิน โทษโชคชะตา ก็ไม่สามารถหายจากสิ่งที่เป็นได้

แล้วการไปโรงเรียนในวัยเด็กเป็นอย่างไรบ้าง มีอุปสรรคอะไรบ้างไหม

ก็ใช้ชีวิตเล่น กิน นอน เหมือนเด็กทั่วไป ช่วงแรกหาโรงเรียนยากมาก หลายที่ไม่รับเพราะอาจจะมีบันไดสูงหรืออะไรก็แล้วแต่ สุดท้ายแล้วโรงเรียนที่เราไปเรียนจริงๆ ก็ไม่ได้มีสิ่งอำนวยความสะดวกให้ เราก็เดินขึ้นบันได 3-4 ชั้นเหมือนคนอื่น แต่เพื่อนๆ ก็ ช่วยเหลือกัน ครูก็เข้าใจ การที่ได้เดินในโรงเรียนระหว่างชั้น 4 ลงชั้น 1 ทำให้แข็งแรงขึ้นด้วยเพราะได้เดินเยอะมาก เหมือนกับที่แม่อยากให้แบมทำอะไรได้ด้วยตัวเองเสมอ 

มีวิชาไหนที่ไม่ได้เรียนบ้างไหม

วิชาพละ เป็นวิชายอดนิยมที่คนพิการไม่ได้เรียน เราก็จะนั่งดูเพื่อน ทำรายงานแทนบ้าง หรือถ้าอาจารย์ให้ร่วม เราก็ทำเท่าที่ทำได้ แต่วิชาที่ชอบอื่นๆ ก็เรียนได้ปกติ อาจจะมีปัญหาบ้างเรื่องเขียนไม่ทัน จดเลคเชอร์ไม่ทัน แต่เพื่อนๆ ก็ช่วยให้ยืม หรือสมัยมหาวิทยาลัยก็อัดเสียงฟังก่อนนอน

มาถึงช่วงมหาวิทยาลัย ทำไมถึงเลือกเรียนวารสารศาสตร์

เราชอบอ่าน ชอบเขียน ก็เลยตัดสินใจเลือกเรียนคณะวารศาสตร์และสื่อสารมวลชน สาขาวารสารศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จริงๆ ตอนแรกแบมสอบไม่ติด ก็ไปเรียนที่อื่นแล้วซิ่วมาสอบใหม่ จนติด ช่วงปีแรกก็ใช้ชีวิตปกติ ไปเรียน ทำกิจกรรม ไปเที่ยวกับเพื่อน ไปค่าย ที่มหา’ลัยจะมีศูนย์นักศึกษาพิการเพื่อสนับสนุนนักศึกษา มีวีลแชร์ไฟฟ้าให้ยืม มีทางลาด มีลิฟต์ ทำให้แบมใช้ชีวิตได้สะดวก จนกระทั่งขึ้นชั้นปีที่ 2 ที่โควิด-19 ระบาด แบมต้องปรับตัวใหม่หมด และมีอุปสรรคในการเรียน โดยเฉพาะตอนสอบ ที่ต้องทำข้อสอบในระยะเวลาที่จำกัด แต่แบมพิมพ์ช้า จึงทำให้เครียดมากแต่ก็แก้ปัญหาด้วยการพูดด้วยเสียงใน Google doc กระทั่งเรียนจบด้วยเกียรตินิยมอันดับ 2

อะไรคือสิ่งที่ทำให้ชอบคิดอ่านเขียน

น่าจะมาจากตอนที่ผ่าตัดต้องนอนบนเตียงตลอดเวลา เข้าห้องน้ำไม่ได้ ทำอะไรไม่ได้ สิ่งที่ทำได้คืออยู่หน้าคอมพิวเตอร์และโทรศัพท์ ก็เลยได้อ่านหนังสือเยอะมาก อ่านไปเรื่อยทั้งนิยาย จิตวิทยา การศึกษา ผู้หญิง พอโตขึ้นเราเริ่มมาอ่านคอนเทนต์ต่างๆตามเพจต่างๆในอินเตอร์เน็ต โดยเฉพาะเรื่องจิตวิทยา เพราะรู้สึกว่ามันพัฒนาความคิดและทัศนคติ เราได้อะไรปรับใช้กับตัวเองเยอะ

การอ่านและการทำงานด้านสื่อสารมีความเป็นตัวตนของแบมอย่างไรบ้าง

คนพิการหลายคนอาจจะมีข้อจำกัดทางร่างกายที่ไม่เอื้อต่อการทำกิจกรรมบางอย่าง สำหรับแบมการอ่านและการเขียนเป็นสิ่งที่สามารถทำได้ดีและรู้สึกสนุกกับมัน กลายเป็นตัวตนของเรา การเรียนวารสารทำให้รู้ว่าตัวเองสามารถทำอะไรได้บ้าง รู้ตัวว่ามีข้อจำกัดอะไรบ้าง แล้วก็จะหาในสิ่งที่ทำได้ บางคนบอกว่าแบมควรเรียนคณะนั้น คณะนี้ แต่แบมคิดว่า เราสามารถเลือกที่เรียนได้ และเลือกสิ่งที่อยากทำจริงๆ ได้

ตั้งแต่แบมเรียนจบก็สมัครงานเยอะมาก ส่วนใหญ่ได้สัมภาษณ์ แต่บางที่พอเขารู้ว่าพิการ เขาก็บอกว่าไม่ต้องมาสัมภาษณ์แล้วนะ ตอนนั้นก็แอบคิดเหมือนกันว่า ถ้าเขาปฎิเสธเพราะความสามารถไม่ตรงกับที่ต้องการ เราก็อาจจะสามารถพัฒนาตัวเองได้ แต่ถ้าเขาปฎิเสธเพราะพิการ แบมก็ทำอะไรไม่ได้ ต้องยอมรับและหาที่ใหม่ การที่หลายคนไม่เข้าใจ หรือไม่ยอมรับคนพิการก็ไม่ผิดเพราะเขาไม่รู้จักแบม แต่เราอยากให้ลองเปิดโอกาสให้คนพิการลองทำดูก่อน อย่าพึ่งปฎิเสธเพียงเพราะพิการ เพราะแบมเชื่อว่าทุกคนต้องการโอกาส และโอกาสสามารถเปลี่ยนแปลงชีวิตใครบ้างคนให้ดีขึ้นได้

ในฐานะ Content Creator ของแสนสิริทำอะไรบ้าง

ก็คิดคอนเทนต์ เขียน แล้วก็เหมือนทำทุกอย่างที่คนเขียนเขาทำกัน มีลง facebook x บล็อกเองด้วย

การทำงานนี้ยากไหม มีประเด็นไหนที่ท้าทายบ้าง

มีประเด็นที่ยากและประเด็นที่เรารู้สึกโอเค ประเด็นที่ยากคือเรื่องที่เราไม่ถนัด เช่น เกี่ยวกับสุขภาพที่ต้องใช้วิทยาศาสตร์เยอะ หรือเรื่องการแพทย์ การที่เราจะเขียนได้ เราต้องเข้าใจเนื้อหาทั้งหมดก่อน ถ้าเราไม่เข้าใจ เราก็ต้องไปย่อย ทำความเข้าใจก่อนถึงจะเขียนออกมาให้คนอื่นเข้าใจได้ง่าย

การเขียนให้เข้าถึงคนอ่านแปลว่าเราต้องเข้าใจในทุกจุดที่เราเขียนจริงๆ ต้องอ่านและหาข้อมูลเพิ่มเติม ถ้าเราเขียนโดยที่ไม่เข้าใจจริง มันก็จะผิวเผิน ไม่เข้าถึงคนอ่าน อย่างช่วงที่เขียนเรื่องเกี่ยวกับสุขภาพ ที่เป็นวิทยาศาสตร์เยอะๆ ก็ต้องค้นคว้าเยอะมาก อ่านศัพท์ทางการแพทย์ ภาษาอังกฤษ ต้องรีเสิร์ชข้อมูลที่เป็นงานวิจัย เพื่อให้ข้อมูลถูกต้อง ส่วนใหญ่ที่ทำก็จะเป็นเรื่องสุขภาพจิต การมองโลก วิถีชีวิต ตอนนี้ก็จะดูว่าเทรนด์อะไรกำลังมา คนยุคนี้เขาสนใจอะไร ก็จะเอามาปรับใช้ในการเขียน

มีผลงานชิ้นไหนที่ประทับใจ หรือมีคนให้ Feedback ที่ดี

จริงๆ ไม่ได้ชอบชิ้นไหนเป็นพิเศษ แต่ก็มีคนอินบ็อกซ์มาขอบคุณ บอกว่างานเขียนของเราทำให้เขามีกำลังใจในการใช้ชีวิต ชิ้นที่ชอบคือชิ้นที่ ที่เขียนช่วงวาเลนไทน์ มันมาจากเทรนด์ใน TikTok เกี่ยวกับการถูกเลี้ยงดูมาอย่างดี ซึ่งก็เอามาเขียนในมุมมองว่าถ้าเราได้รับการดูแลที่ดี มีพื้นฐานความรักที่ดี มันจะทำให้เราสามารถรักษาความสัมพันธ์ได้ยาวนาน ไม่ใช่แค่คนรัก แต่หมายถึงทุกความสัมพันธ์ในชีวิต แต่คนที่ไม่ได้ถูกเลี้ยงดูมาดีก็สามารถมีความสัมพันธ์ที่ดีได้ ขึ้นอยู่กับแต่ละคน สิ่งสำคัญคือการเขียนให้มันเข้าไปในใจคน อ่านแล้วรู้สึกอิน ข้อมูลน่ะหาง่าย แต่เขียนให้ทัชใจยากกว่า

ความประทับใจในการทำงานที่แสนสิริคืออะไร

รู้สึกว่าทุกคนดีกับเรามาก ด้วยข้อจำกัดในการใช้ชีวิตบางอย่างของเรา เขาก็ซัพพอร์ต เรื่องการทำงานแตกต่างจากที่อื่นที่เคยสัมภาษณ์มา ตั้งแต่แรกที่พี่เขาโทรมาถาม เขาก็เสนออีกตำแหน่งให้ แต่ก็บอกไปว่าทำอะไรได้บ้าง ซึ่งเขาก็รับฟัง โดยปกติเวลาไปทำงาน คนรับสมัครจะมีภาพในหัวอยู่แล้วว่าเราจะต้องทำอะไรได้บ้าง มีกรอบความคิดของเขา แต่ที่นี่เขาถามเราว่าทำอะไรได้บ้าง แล้วเขาก็บอกว่าเขาต้องการอะไร มันเหมือนทั้งสองฝ่ายได้คุยกันจริงๆ

ที่นี่รับคนพิการเข้ามาเป็นปีแรก ก็มีเพื่อนร่วมงานที่เป็นคนพิการคนอื่นด้วย เขาก็ถามว่าเราเป็นคนพิการแบบนี้ เขาจะต้องช่วยเหลืออย่างไร มีอะไรที่เขาต้องซัพพอร์ตบ้าง เราก็บอกข้อจำกัดของเราไป พี่ๆ ในทีมก็จะถามว่าเราถนัดอะไร ทำอะไรได้บ้าง มันเป็นแบบนี้มากกว่า ไม่ใช่ว่าเขาไม่เข้าใจ แต่เขาพยายามทำความเข้าใจและให้โอกาส

บรรยากาศการทำงานที่แสนสิริเป็นอย่างไรบ้าง มีอะไรที่ได้เรียนรู้ร่วมกันบ้าง

บรรยากาศดี มีสิ่งที่ได้เรียนรู้ร่วมกันอย่างที่คิดไว้ สิ่งที่ได้เรียนรู้คือเรื่องข้อจำกัดในการทำงานของเราด้วย อย่างเราเป็นคนพิมพ์ช้า เทียบกับคนปกติ เราพิมพ์หนึ่งนาทีได้ประมาณสิบกว่าคำ เราก็บอกพี่เขาว่าเราพิมพ์ช้ามาก ทำให้อาจจะทำงานไม่ทันถ้าหากเป็นงานเยอะๆ ที่ต้องใช้ความรวดเร็ว อีกอย่างคือเราสะกดผิดเยอะมาก เวลาอ่านในหัวเราคิดไปแล้ว แต่มือเรายังพิมพ์ไม่ทัน วิธีแก้ปัญหาคือพอทำเสร็จทั้งหมด เราจะมานั่งอ่านตรวจทีละคำ หรือใช้โปรแกรมที่อ่านข้อความให้ฟัง ช่วยให้เราทำงานได้เร็วขึ้น อย่างเรื่องการเดินในออฟฟิศ ที่นี่มี Universal Design มีรถรับส่งจากรถไฟฟ้า ก็เลยไม่ค่อยลำบากในการใช้ชีวิตเท่าไหร่

ปีนี้แสนสิริได้รางวัล Thailand Social Awards 2024 สาขา Best Brand Performance on Social Media ครั้งที่ 9 ซึ่ง Mental Life by Chanisara ก็เป็นส่วนหนึ่ง เรารู้สึกดีใจและภูมิใจที่ได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของทีมนี้ การได้รางวัลมันมีคุณค่าและมีความหมายกับทีมทำงานเบื้องหลังทุกคนและเป็นกำลังใจที่สำคัญให้แบมผลิตผลงานและสร้างสรรค์ผลงานดีๆ ออกมาให้ผู้อ่านได้รับ

คอลัมน์ Mental Life by Chanisara ที่แบมเขียน จะไม่สามารถออกมาอย่างสมบูรณ์ได้เลย ถ้าไม่มีคนทุกคนในทีมสนับสนุน ทุกคนใช้ความถนัดในแต่ละด้านมาช่วยไม่ว่าจะเป็นเรื่องของข้อมูลความรู้หรือกราฟิก ที่สำคัญการมีหัวหน้าที่ดีที่คอยช่วยดูและคอยสอนและตบงานจนงานสามารถเข้าไปอยู่ในใจของผู้อ่านได้

งานที่สื่อสารสำคัญอย่างไร โดยเฉพาะในมุมมองของคนพิการ

สองสิ่งนี้สำคัญเหมือนกัน ในแง่มุมของความพิการ การเข้าถึงสื่อในบ้านเรายังไม่ได้ให้ความรู้ความเข้าใจมากเท่าไหร่ ที่เห็นตามข่าวหรือละครก็จะเห็นคนพิการในมุมที่น่าสงสาร ต้องได้รับการช่วยเหลือ ไม่ได้มีมุมที่ว่าเขาสามารถทำอะไรได้บ้าง สื่อยังไม่ได้เข้าใจจริงๆ บางทีก็นำเสนอภาพคนพิการในลักษณะที่จำกัดบทบาท หรือต้องเป็นผู้ร้าย สื่อที่เกี่ยวกับคนพิการจริงๆ ยังค่อนข้างน้อย อย่างเรื่องสุขภาพจิต คนยังไม่ค่อยเข้าใจและคิดว่าเป็นเรื่องร้ายแรง หลายคนอาจจะยังไม่เข้าใจว่าคนที่เป็นโรคซึมเศร้าจริงๆ แล้วเป็นอย่างไร หรือคนที่มีปัญหาทางจิตเวชจะต้องเป็นคนที่ไม่ปกติ ซึ่งจริงๆ แล้วมันมีหลายระดับ หลายคนที่ป่วยก็ยังสามารถไปทำงานได้ แต่บางทีก็อาจจะไม่ถูกรับเข้าทำงาน เพราะคนอาจจะยังไม่เข้าใจคนพิการประเภทต่างๆ มากนัก

ในฐานะนักสื่อสาร คิดว่าเรื่องความรู้กับความเข้าใจเรื่องไหน โจทย์ไหนยากกว่ากัน

ความเข้าใจ การที่เราจะเปลี่ยนความคิดเห็นคนเกี่ยวกับคนพิการเป็นเรื่องที่ยากและแทบจะเป็นไปไม่ได้ในทันที แต่ถ้าเราค่อยๆ เปลี่ยนทีละเล็กทีละน้อย เราหวังว่าสักวันมันจะเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้น

อยากเห็นอะไรเปลี่ยนแปลงบ้าง

เราอยากเห็นคนพิการใช้ชีวิตในสังคมได้มากกว่านี้ โดยไม่ถูกจำกัดกรอบความคิด ยังมีคนคิดว่าคนพิการไม่ควรทำงาน ควรอยู่บ้านเฉยๆ รอความช่วยเหลือ เพราะออกมาข้างนอกมันลำบาก แต่ในมุมของเรา เราก็เป็นคนคนหนึ่งที่ใช้ชีวิตปกติ ถ้าคนถามว่าทำไมไม่อยู่บ้านให้คนดูแล ทำไมต้องออกมาทำงานลำบาก เป็นคำถามที่อาจจะถามด้วยความเป็นห่วง แต่เรามองว่าคนเราต้องทำงานหาเงิน ถึงแม้ที่บ้านจะซัพพอร์ตได้ในระดับหนึ่ง แต่ถ้าวันหนึ่งพ่อแม่เราเป็นอะไรไป ต้องพึ่งพาตัวเองให้ได้

คุณค่าในการทำงานของแบมคืออะไร

การมีงานทำทำให้เราใช้ชีวิตได้เหมือนคนคนหนึ่ง ไม่รู้สึกว่าต้องไปพึ่งคนอื่นมากเกินไป เราสามารถที่จะทำอะไรได้ด้วยตัวเอง อย่างน้อยเราก็ได้ออกไปใช้ชีวิตและตัดสินใจด้วยตัวเอง ที่บ้านไม่เคยตัดสินใจอะไรให้เรา ทุกอย่างเราเลือกเอง

สำหรับคนพิการ การมีงานทำมันทำให้เรามีคุณค่า ดูแลตัวเองได้ แต่ เงินก็ส่วนหนึ่ง ทำให้เราใช้ชีวิตอยู่ได้ แต่สำหรับคนพิการ มันมีค่าใช้จ่ายที่มากกว่าคนอื่น เช่น ค่าเดินทาง แต่ในเชิงจิตวิญญาณ คุณค่าในตัวเองมันเพิ่มขึ้น บางคนสามารถที่จะซัพพอร์ตครอบครัวได้ด้วย ทำให้คนมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น มีความภูมิใจในตัวเอง รู้สึกว่าฉันใช้ชีวิตได้นะ ไม่ต้องเป็นภาระใคร

เป้าหมายในการทำงาน Content Creator ในอนาคตคืออะไร

อยากทำอะไรที่มันหลากหลายมากขึ้น อยากเขียนให้ได้ในหลายๆ เรื่อง เข้าใจประเด็นในสังคมให้มากขึ้น เข้าไปถึงใจคนได้มากขึ้น

การที่องค์กรซัพพอร์ตในเรื่องต่างๆ มีผลต่อการทำงานอย่างไรบ้าง

สิ่งนี้ส่งผลดีกับเรามาก เขาเข้าใจคนพิการโดยที่ไม่ได้มีกรอบ ทำให้เราสามารถทำงานออกมาได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น เขาใช้สิ่งที่เรามีให้เกิดประโยชน์ แต่มองว่าเราทำอะไรได้บ้าง ที่นี่ก็เป็นปีแรกๆ ที่รับคนพิการเข้ามา เขาก็ไม่ได้เคยรับมาก่อน แต่สิ่งที่เขาทำมันทำให้เราสามารถพัฒนาศักยภาพตัวเองได้

ถ้าสังคมไทยเปิดใจให้คนพิการเข้ามาทำงานมากขึ้น จะเห็นอะไรเปลี่ยนแปลงไปบ้าง

คนพิการแต่ละคนไม่เหมือนกัน ข้อจำกัดก็ไม่เหมือนกัน แต่ถ้าเราให้โอกาสเขาได้ลองทำงาน ก็เป็นเรื่องที่ดี ไม่ใช่ว่าพอรู้ว่าเป็นคนพิการก็ตัดโอกาสเลย อยากให้เปิดโอกาสให้ได้แสดงความสามารถก่อน หลายครั้งที่เราสมัครงานในตำแหน่งคนปกติ แล้วพอเขารู้ว่าเป็นคนพิการ เขาก็ปฏิเสธ หวังแค่ว่าจะไม่เจอประสบการณ์แบบนั้นบ่อยๆ การที่สังคมเปิดใจมากขึ้น เราก็จะเห็นคนพิการได้มีโอกาสแสดงศักยภาพ ทำงาน สร้างคุณค่าให้กับตัวเองและสังคมได้มากขึ้น

มีอะไรอยากจะฝากถึงคนที่ติดตามผลงานไหม

ขอบคุณที่ชอบผลงานของแบม กำลังใจของคุณเป็นกำลังที่สำคัญในการสร้างสรรค์ผลงานดีๆ ต่อไป ฝากติดตามคอลัมน์แบมด้วยนะ ได้ที่ Facebook : Sansiri PLC จะมีลิงก์ให้อ่านไปยัง SANSIRI BLOG  สิ่งที่เขียนอาจจะเป็นความรู้หรือช่วยเยียวยาจิตใจใครได้ หรืออาจจะมีสักประโยคที่ไปโดนใจใคร ในเพจไม่ได้มีแค่คอนเทนต์ของเรา ยังมี คอนเทนต์อื่นๆที่น่าสนใจ ด้วย ก็สามารถไปติดตาม Sansiri PLC กดไลค์ กดแชร์กันได้เลย

#MentalLifebyChanisara #ThailandSocialAwards #SansiriNo1Brand #TSA13 #Sansiri #แสนสิริ