ผู้หญิงข้ามเพศ HIV และความพิการผ่านตัวตน ‘แม่เจี๊ยบ’ บุญสม ปิ่นสุวรรณ

2022-07-19 16:11

หลายครั้งคนพิการมักถูกมองว่า ไม่มีเพศ หรือไม่ก็โดนกดทับให้ไม่มีเพศผ่านการเลือกปฏิบัติทางสังคมที่พวกเขาต้องเผชิญและหลายครั้งการถูกหลงลืมเช่นนี้ก็ทำให้พวกเขากลายเป็นคนที่เข้าไม่ถึงสิทธิ สวัสดิการและความเข้าใจของคนในสังคม เช่นเดียวกับเจี๊ยบ - บุญสม ปิ่นสุวรรณ ผู้หญิงข้ามเพศวัย 61 ปี เธอสูญเสียดวงตาจากการติดเชื้อ และได้รับเชื้อ HIV แม้จะถูกเลือกปฏิบัติและต้องเรียนรู้การใช้ชีวิตกับโลกใบใหม่ แต่การยอมแพ้กลับไม่ใช่ทางที่เธอเลือก 

Thisable.me ชวนผู้อ่านเข้าไปรู้จักโลกของเธอ ผ่านเรื่องเล่าและประสบการณ์ความพิการ เพศและ HIV เพื่อเรียนรู้ว่า อีกหนึ่งชีวิตที่ถูกตราหน้าว่าแตกต่างจากคนอื่น แท้จริงแล้วเรานั้นไม่ได้มีอะไรต่างกันเลย

เกิดมาพร้อมกับความไม่ยอมรับ

บุญสม: ตั้งเเต่เริ่มเป็นสาวประเภทสอง แม่ (บุญสม) ก็โดนว่า โดนล้อ แต่ก็ทำเฉยนะ ใครจะล้อใครอะไรก็ยิ้มสู้ไม่สนใจหรอก พี่ป้าน้าอาที่บ้านก็ยังล้อว่า กะเทยๆ แต่พอเราไม่สนใจ บวกกับโตจนทำมาหากินได้ พอส่งเงินให้เขาใช้เขาก็ไม่ว่าและเริ่มหันมาดีกับเรา สังคมเป็นแบบนี้แหละ ตอนเราทำงานไม่ได้ก็หาว่าเป็นอย่างงั้นอย่างงี้ พอทำงานได้โอเค

LGBTQIA+ ต้องกล้าแสดงออกไหม

สำหรับแม่ เมื่อก่อนก็มีแค่อาชีพแบบนั้นแหละที่สังคมยอมรับได้ เป็นนางโชว์ เป็นหางเครื่อง ส่วนมากจะเป็นกะเทยที่เเต่งชายไปเต้นหางเครื่องเพราะในสมัยนั้นคนรับไม่ได้ถ้าแต่งหญิง แม่แต่งหญิงเลยก็เราชอบแบบนี้จะให้แต่งชายแล้วไปเต้น ก็ไม่เอา ถ้าเทียบกับเมื่อก่อน ก็รู้สึกว่าเรามีอิสระเสรี สาวสองหลายคนได้ทำงานราชการ ได้เป็นหมอ ได้เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐบาล ตอนไปโรงบาลแม่เห็นบุรุษพยาบาล ผู้ช่วยพยาบาล เจ้าหน้าที่ห้องจ่ายยาเป็นสาวสอง แม่ดีใจมากที่สังคมยอมรับและทำให้เรากล้าเปิดเผยตัวเอง ที่ผ่านมาเราแสดงและทำนู่นทำนี่ให้สังคมยอมรับ แม่ดีใจนะที่สังคมเริ่มยอมรับมากขึ้นเรื่อยๆ ไม่รังเกียจกันและเห็นว่า สาวประเภทสองก็มีทั้งดีและไม่ดีปะปนกันไปเหมือนกับคนทุกคน

LGBTQIA+ ต้องทำตัวยังไง

เวลาคนบอกว่าสาวสองต้องสวยเหมือนผู้หญิง แม่คิดว่าก็แล้วแต่คน ใครมีโอกาสที่จะดูแลตัวเองให้สวยก็ดี แต่สวยได้แค่ไหนก็แค่นั้นแหละ สิ่งสำคัญคือเรามีจิตใจดี จิตใจงามและตัวให้เหมาะสม 

สำหรับแม่ชอบใครเราก็ย้ายไปอยู่กับเขาเลย เราเข้าใจกัน คุยกันแบบเปิดเผย ไม่โกหกไม่ปิดบังกัน อยู่กันแบบต่างคนต่างช่วยกัน แบ่งกันใช้ เรื่องเงินทองเขาก็ให้เเม่เป็นคนถือ มีอะไรก็ซื้อมากินด้วยกัน ถึงเวลาต่างคนต่างก็แยกไปทำงาน แม่มีความสุขนะตอนอยู่กับเขา แต่บทเรียนของแม่คือการปล่อยตัวเกินไป เลยอยากเตือนว่าใครคบหากับใครก็ทำได้ แต่ต้องป้องกันด้วย เพราะถ้าเป็นอะไรไปแล้วก็ย้อนกลับคืนมาไม่ได้เลย  

สังคมชอบบอกว่า เพราะเป็นสาวสองก็เลยเป็น HIV แม่คิดยังไง

มีคนเยอะเเยะเลยที่พูดแบบนั้น ตอนที่แม่ติดเชื้อใหม่ๆ  มีแต่คนไม่อยากเข้าใกล้ เราก็เข้าใจนะว่าเขารังเกียจ สมัยนั้นคนยังกลัว ไม่เข้าใจ ไปไหนก็ไม่ได้ ก็เลยต้องมาเก็บตัวอยู่บ้านกับแม่และไม่ค่อยได้ออกไปไหนเพราะคนในหมู่บ้านรู้หมดว่าเราเป็นโรคนี้ และไม่กล้าเข้าใกล้ เวลาพูดด้วยก็อยู่ห่าง ๆ

  

โลกที่เปลี่ยนไปเมื่อตาบอด

เมื่อก่อนเคยมองเห็นก็พอรับจ้างทำงานได้ แต่พอเริ่มมองไม่เห็นก็ทำงานไม่ได้แล้ว หลังกลับไปหาแม่ไม่กี่วันตาก็ดับไปเลย แม่ใจหายวูบเลยนะ ถึงจะรู้อยู่เเล้วว่าตาต้องบอด แต่สมองก็ตื้อ ไม่รู้ต้องทำอะไร จะหากินยังไง จะเอาเงินที่ไหนมาใช้ ยิ่งคิดก็ยิ่งสับสน ตอนนั้นก็อดทนอยู่กับแม่สองคนทั้งที่ไม่มีรายได้ เมื่อก่อนนี้ชีวิตเราเคยอยู่ในแสงสี ประกอบอาชีพนักแสดงคาบาเร่โชว์ ตอนตาบอดก็เสียดายที่จะไม่มีโอกาสแบบนั้นอีกแล้ว เป็นแล้วก็ต้องยอมรับ อยู่ให้ได้ ตอนที่ตามองเห็นก็ยังหางานทำได้ พอตาบอดก็ทำอะไรไม่ได้ ไม่สามารถทำงานได้ ถ้าถามว่าท้อแท้ไหม ก็ท้อแท้แต่ต้องสู้ มีคนถามเยอะมากว่าคิดฆ่าตัวตายไหม เราก็บอกว่าไม่เคยคิดหรอก ยังไงวันหนึ่งก็ต้องตาย แต่ไม่รู้ว่าตายเมื่อไหร่

หลังตาบอดแล้ว ยังชอบแต่งตัวอยู่ไหม

ก็ยังอยากเเต่งตัวอยู่ เพราะชอบ แต่ก็ไม่สามารถทำได้ พออยู่บ้านนอกก็คิดแค่ว่า แต่งพอให้สะอาดตา สำหรับแม่คิดว่าเรื่องแต่งตัวยังจำเป็นอยู่ แต่เราหาเสื้อผ้าไม่ได้เพราะออกไปไหนลำบาก  ตอนนี้ใครให้อะไรมาก็เอามาใส่ เราเองก็ไม่ได้ออกไปไหนแล้ว  คิดว่าถ้าตอนนี้มีเครื่องสำอาง แม่ก็คงนั่งแต่งของแม่ไป แต่ทุกวันนี้มีแค่แป้งกระป๋องกับโลชั่นทาตัว นอกนั้นก็ไม่มีอะไรที่จะแต่งได้ หากมีเครื่องสำอางแม่ก็คิดว่าตัวเองทำได้ เพราะรู้ว่าเขียนคิ้วยังไง ทาปากยังไง แต่งหน้าตาทายังไง 

ชีวิตที่เลือกไม่ได้ และการสนับสนุนที่อยากจะเห็น

หลังจากแม่ของเราเสีย เราก็รู้ว่าต้องพึ่งพิงตัวเอง ต้องให้กำลังใจตัวเอง แม่อยากทำงานนะ ใครจ้างไปล้างจาน ซักผ้าก็ไป แต่ไม่มีใครกล้าจ้าง บางคนก็บอกว่ากลัวลูกค้าไม่เข้าร้านเพราะรู้ว่าเราเป็นผู้ติดเชื้อ แม่เลยอยากได้การสนับสนุนเรื่องอาชีพ อาจสอนเราทำงานฝีมือ เช่น ดอกไม้กระดาษ การทำงานทำให้เรารู้สึกมีคุณค่า ไม่หายใจทิ้งไปวันๆ ทำงานแลกกับอาหารก็ได้ อีกอย่างที่อยากได้ คือ คนดูแลในตอนที่เจ็บไข้ได้ป่วยและไปโรงพยาบาล เพราะมันลำบาก ตอนอยู่บ้านแม่ดูแลตัวเองได้และไหว้วานคนช่วยพาไปโรงพยาบาล แต่เค้าก็ต้องทำมาหากิน บางวันก็ไม่สะดวก เวลาไปหาหมอต้องไปเจาะเลือดวันหนึ่ง ตรวจอีกวันหนึ่ง ต้องอดข้าวทั้งวันเพราะเราอยู่คนเดียว เข้าห้องน้ำก็ไม่ได้ จะไปเรียกผู้ช่วยพยาบาลก็ลำบาก