Skip to main content

ในวันที่ 3 ธันวาคมของทุกปีเป็นวันที่สหประชาชาติกำหนดให้เป็น “วันคนพิการสากล” เพื่อมุ่งส่งเสริมให้สังคมเข้าใจปัญหาความพิการ สนับสนุนสิทธิและผลักดันความเป็นอยู่ที่ดีของคนพิการ ซึ่งในปีนี้สถานเอกอัครราชทูตอังกฤษประจำประเทศไทยได้จัดกิจกรรม “Ambassador for a Day” เพื่อเปิดโอกาสให้ตัวแทนนักเรียนและนักศึกษาที่มีความพิการได้เรียนรู้การทำงานของสถานทูต และได้พบกับ Mark Gooding (มาร์ค กูดดิ้ง) เอกอัครราชทูตอังกฤษประจำประเทศไทย รวมถึงนักการทูตอังกฤษ โดยตัวแทนนักเรียน-นักศึกษาพิการ ได้แก่ อแมนด้า วงศ์สรณะ จากโรงเรียนเศรษฐเสถียร ในพระราชูปถัมภ์ และ คุณานนท์ นาลินธมากร จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ วิทยาเขตปราจีนบุรี

 

ก่อนหน้าที่ทูตมาร์ค กูดดิ้ง จะมาประจำการที่ประเทศไทย เขาเคยดำรงตำแหน่งในกระทรวงการต่างประเทศและการพัฒนา สหราชอาณาจักร อาทิ ผู้อำนวยการกำกับดูแลงานในสถานการณ์โควิด ผู้อำนวยการฝ่ายสหภาพยุโรป รองผู้อำนวยการฝ่ายยุโรป ที่ปรึกษาด้านการเมืองประจำสถานทูตอังกฤษในกรุงปักกิ่ง เอกอัครราชทูตอังกฤษประจำกัมพูชา อัครราชทูตอังกฤษประจำศรีลังกาและมัลดีฟส์ และเลขานุการส่วนตัวของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ซึ่งล่าสุดได้รับแต่งตั้งให้เป็นเอกอัครราชทูตประจำราชอาณาจักรไทยในเดือนกรกฎาคม ปีพ.ศ. 2564 จนถึงปัจจุบัน

เนื่องในโอกาสนี้ทางสถานเอกอัครราชทูตอังกฤษได้เปิดพื้นที่ให้ Thisable.me เข้าร่วมสัมภาษณ์เอกอัครราชทูตอังกฤษประจำประเทศไทย และ บิแคช ดาวาฮู ที่ปรึกษาคณะทำงานด้านเพศและความเท่าเทียมประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ถึงสถานการณ์คนพิการในสหราชอาณาจักร รวมถึงการนำมาปรับใช้ในประเทศไทย อีกทั้งยังได้พูดคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์และอุปสรรคที่อแมนด้า และคุณานนท์ต้องเผชิญในสังคม

เริ่มด้วยคำถามแรก หากพูดถึงคำว่า “ความพิการ” สำหรับคุณหมายถึงใคร?

มาร์ค : สำหรับผมคนที่มีความพิการคือคนที่มีความบกพร่องบางอย่างกับร่างกาย โดยพวกเขาต้องเจอกับการปฏิบัติที่ไม่เท่าเทียมในสังคม ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญที่ไม่ว่าจะเป็นสหราชอาณาจักร ประเทศไทย หรือประเทศอื่นๆ ต้องเร่งขจัดความไม่เท่าเทียมที่คนพิการต้องเผชิญอย่างจริงจัง เราจะเห็นได้ว่าทั่วโลกมีคนพิการกว่า 1 พันล้านคน และอุปสรรคส่วนใหญ่ที่คนพิการต้องเจอคือเรื่องการศึกษา การจ้างงาน และการเข้าถึงบริการด้านสุขภาพ ดังนั้นเราจึงต้องทำงานร่วมกันและแลกเปลี่ยนประสบการณ์การจัดการอุปสรรคให้กับคนพิการ เพื่อทำให้ปัญหาความไม่เท่าเทียมที่เกิดกับคนพิการหมดไป

ทำไมถึงมองว่าการให้ความเสมอภาคกับคนพิการเป็นเรื่องที่สำคัญ?

มาร์ค : ต้องถามก่อนว่าเราอยากให้สังคมที่เราอยู่เป็นแบบไหน ซึ่งสำหรับผมอยากให้ทุกสังคมเป็นสังคมที่เอื้อให้กับทุกคน ปฏิบัติกับทุกคนอย่างเท่าเทียม และทุกคนสามารถแสดงศักยภาพได้อย่างเต็มที่โดยไม่นำความบกพร่องของร่างกายมาเป็นอุปสรรคในการให้โอกาส ผมยังเชื่อว่าสังคมจะดีขึ้นหากทุกคนได้มีส่วนร่วม ดังนั้นเราต้องจัดการกับอุปสรรคและสร้างความเสมอภาคให้กับคนพิการเพื่อให้พวกเขาได้แสดงศักยภาพของตัวเองได้อย่างเต็มที่

ในสหราชอาณาจักรเริ่มสร้างความเท่าเทียมให้กับคนพิการอย่างไร?

มาร์ค : อย่างแรกสุดที่เราทำ คือการทำความเข้าใจอุปสรรคที่คนพิการต้องเจอ ดังนั้นการพูดคุยกับคนที่ทำงานกับคนพิการหรือกลุ่มตัวแทนคนพิการจึงสำคัญ เพื่อทำความเข้าใจพวกเขา โดยเฉพาะปัญหาเรื่องการเข้าถึงการศึกษา การจ้างงาน การเข้าถึงสิทธิทางการศึกษา เมื่อเข้าใจแล้วจึงจะแก้ได้ถูกจุด เช่นสำนักงานของสถานทูตที่ตั้งอยู่ในอาคารที่คนพิการสามารถเข้าถึงได้ และเรายังเป็นองค์กรที่ไม่มีการเลือกปฏิบัติ ส่งเสริมให้ทุกคนมีส่วนร่วมและพูดคุยถึงอุปสรรคที่แต่ละคนต้องเผชิญได้

ประเด็นไหนบ้างที่ต้องปรับปรุงให้ดีขึ้นเพื่อเอื้อให้เกิดสังคมสำหรับคนพิการ?

คุณานนท์ : ผมคิดว่าประเด็นแรกที่ต้องปรับปรุงคือเรื่องระบบการศึกษา ซึ่งระบบการศึกษาในประเทศไทยยังสนับสนุนคนพิการไม่มากพอ เพราะยังถูกปฏิเสธจากการสมัครเข้าเรียน การถูกสังคมในโรงเรียนรังแก สุดท้ายทนไม่ไหวก็ต้องหาที่เรียนใหม่ ซึ่งแม่ของผมต้องพาผมย้ายโรงเรียนถึง 7 ครั้ง

อแมนด้า : คิดว่ารัฐบาลควรจะเข้ามามองปัญหาที่คนพิการต้องเจอก่อน จากนั้นถึงจะหาวิธีแก้ไขร่วมกัน และอยากให้โรงเรียนและมหาวิทยาลัยต่างๆ ให้โอกาสทางการศึกษาแก่คนพิการ เช่น การจัดหาล่ามให้นักเรียนที่พิการทางการได้ยิน เพื่อให้นักเรียนทุกคนได้รับการศึกษาอย่างเท่าเทียม

มาร์ค : ขอเสริมจากทั้งสองคน หลังจากที่ผมได้พูดคุยกับคุณานนท์และอแมนด้า ผมเพิ่งทราบว่าทั้งสองคนมีความเชี่ยวชาญด้านการเขียนโค้ดโปรแกรมคอมพิวเตอร์ และยังได้เป็นตัวแทนสถานศึกษาไปแข่งขันมาแล้วหลายรายการ ดังนั้นพวกเขามีความสามารถและศักยภาพอย่างมหาศาล จึงเป็นเรื่องสำคัญที่เราต้องขจัดอุปสรรคที่พวกเขาเจอ

สิทธิของคนพิการส่วนไหนที่ยังต้องปรับปรุง?

มาร์ค : ผมคิดว่ายังมีหลายประเด็นที่ต้องปรับปรุง เช่น ถ้ามองผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาของคนพิการ จะเห็นว่ายังตํ่ากว่าคนทั่วไปอยู่มาก เราจึงต้องมีระบบการศึกษาแบบที่ทุกคนสามารถเรียนรวมกันได้ ทุกคนมีโอกาสที่จะได้เรียน อีกทั้งยังมีเรื่องการเข้าถึงบริการด้านสุขภาพ และอัตราการจ้างงานที่ตํ่า ดังนั้นมีหลายประเด็นที่สังคมต้องตระหนักและหาทางแก้ไขอุปสรรคให้กับคนพิการ โดยเริ่มต้นจากที่ตัวเราที่ต้องทำความเข้าใจอุปสรรคของคนพิการและทำให้สถานที่ทำงานหรือพื้นที่สาธารณะเข้าถึงได้อย่างแท้จริง

เราจะทำอย่างไรให้ปัญหาของคนพิการไม่เป็นเพียงปัญหาเฉพาะกลุ่ม และเป็นเรื่องที่ทุกคนให้ความสำคัญ?

มาร์ค : เป็นคำถามที่ดีมากครับ สำหรับผมแล้วไม่เคยมองประเด็นนี้เป็นปัญหาเฉพาะกลุ่มเลย เนื่องจากมีคนกว่า 1 พันล้านคนที่มีความพิการ นี่จึงเป็นสิ่งที่ชี้ให้เห็นว่าปัญหาของคนพิการไม่ได้เป็นเรื่องของใครคนใดคนหนึ่ง แต่เป็นเรื่องของทุกคนในสังคมที่ต้องช่วยกันปรับปรุงให้ดียิ่งขึ้น การที่ทุกคนได้รับการปฏิบัติอย่างเท่าเทียมและเข้าถึงโอกาสต่างๆ อย่างเสมอภาค จึงเป็นสิ่งที่เราต้องผลักดันสังคมให้ไปถึงจุดนั้น

ในหลายทศวรรษที่ผ่านมา สังคมเราได้ก้าวหน้าไปมาก เริ่มมีการกลับมาตั้งคำถามว่าอุปสรรคของคนพิการมีอะไรบ้าง มากกว่าที่จะมองว่าพวกเขาพิการเพราะอะไร พิการอย่างไร ประเด็นสำคัญคือเราจะทำอย่างไรให้เกิดความเท่าเทียมกับทุกคน แม้ว่าในตอนนี้กลุ่มคนพิการที่รวมตัวกันจะมีบทบาทในสังคมมากขึ้น แต่ยังมีความท้าทายอีกหลายเรื่องที่เราต้องผลักดันสิทธิให้เกิดกับคนพิการ ดังนั้นเรายังต้องทำงานกันต่อไปและผมเชื่อว่าอุปสรรคเหล่านี้จะค่อยๆ ลดลงและสังคมเราจะดีขึ้นได้

ถ้ามองสถานการณ์คนพิการในประเทศไทยตอนนี้ เมื่อเปรียบเทียบกับสหราชอาณาจักรแตกต่างกันอย่างไร?

บิแคช : ในสหราชอาณาจักรเรามีกฎหมายพระราชบัญญัติความเสมอภาค (Equality Act) ที่คุ้มครองลักษณะหรืออัตลักษณ์บางประการ ซึ่งรวมถึงผู้ที่มีความพิการด้วย ความต่างระหว่างไทยกับสหราชอาณาจักรคือ ที่สหราชอาณาจักรกฎหมายบังคับใช้ได้จริง ทำให้ผู้ที่มีความพิการสามารถเข้าถึงการศึกษาและบริการต่างๆ ได้เท่าเทียม และเพราะบังคับใช้ได้จริง ผู้คนจึงให้ความสำคัญมากกว่าในไทย ซึ่งในไทยเองก็มีกฎหมาย แต่ปัญหาคือเรื่องการบังคับใช้ เช่น กฎหมายการจ้างงานของบริษัท หากมีพนักงานมากกว่า 100 คน ต้องจ้างงานผู้พิการ 1 คน ต่อ พนักงาน 100 คน แต่หลายบริษัทเลือกที่จะจ่ายค่าปรับแทนการจ้างงานคนพิการ นี่จึงเป้นความแตกต่างของการให้ความสำคัญประเด็นคนพิการในสังคม

มาร์ค : อย่างเรื่องพื้นที่สาธารณะก็เป็นสิ่งหนึ่งที่แตกต่างกันครับ เราจะเห็นได้ว่าในกรุงเทพฯ ยังมีสถานที่หลายแห่งที่คนพิการไม่สามารถเข้าถึงได้ รวมถึงเด็กที่ต้องใช้รถเข็น หรือผู้สูงอายุที่เดินทางลำบากก็ได้รับผลกระทบด้วยเช่นกัน

สถานทูตมีการอำนวยความสะดวกให้คนพิการอย่างไร และแบบไหนถึงจะเป็นมาตรฐานที่ดีสำหรับคนพิการ?

มาร์ค : เราสร้างมาตรฐานที่ว่าทุกคนต้องเข้าถึงอย่างเท่าเทียม เช่น มีห้องนํ้าที่เข้าถึงได้ มีสำนักงานที่ทุกคนสามารถเข้ามาทำงานได้อย่างสะดวก และผมคิดว่าทุกองค์กรควรมีนโยบายที่ไม่เลือกปฏิบัติ เน้นให้ทุกคนสามารถเข้ามามีส่วนร่วมได้ อีกทั้งยังต้องสร้างความตระหนักรู้ให้แก่สังคม อย่างเช่นกิจกรรมในวันนี้ที่เราอยากให้สังคมได้ตระหนักถึงอุปสรรคที่คนพิการต้องเจอ

บิแคช : ผมมองว่าการที่ทุกคนสามารถเข้าถึงโอกาสได้อย่างเท่าเทียมกันคือกุญแจที่สำคัญ ขอย้อนกลับไปที่พาราลิมปิกที่กรุงลอนดอน ปี 2012 ที่แสดงให้โลกเห็นว่า ความสามารถด้านกีฬาของผู้ที่มีความพิการนั้นสามารถเทียบเคียงกับผู้อื่นได้ และสิ่งนี้ควรถูกผลักดันอย่างจริงจังในทุกมิติของสังคม

ปวีณา เจริญมาศ
นักศึกษาฝึกงาน
นอนเป็นงานประจำ นักศึกษาวารสารฯเป็นงานพาร์ทไทม์