Skip to main content

(9 ก.ค.) ในการประชุมสภาผู้แทนราษฏร  รัชนก สุขประเสริฐ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสมุทรปราการพรรคประชาชนได้ขึ้นปรึกษาหารือกับประธานสภาผู้แทนราษฎรถึงความเดือดร้อนของคนหูหนวกจัดการปิดบริการศูนย์บริการถ่ายทอดการสื่อสารแห่งประเทศไทยตั้งแต่วันที่ 13 มิถุนายนที่ผ่านมา

“เมื่อวันที่ 13 มิถุนายนที่ผ่านมา ศูนย์บริการถ่ายทอดการสื่อสารแห่งประเทศไทย TTRS ทำหน้าที่เป็นล่ามภาษามือ ให้กับผู้พิการทางการได้ยิน และผู้พิการทางการพูด ให้ใช้บริการโทรคมนาคมสื่อสาร กับคนทั่วไปให้ได้อย่างสะดวกขึ้นได้แจ้งข่าวว่า ปิดให้บริการทุกระบบ ให้เหตุผลว่าไม่ได้รับงบประมาณจาก กสทช. มา 2 ปีแล้วทำให้ไม่สามารถแบกรับต้นทุนในการทำงานต่อไปได้  สำหรับคนพิการแห่งการได้ยินและการพูด เรื่องนี้ถือเป็นเรื่องใหญ่ การลดทอนตัดช่องทางของ คนพิการกับคนทั่วไป ทำให้กลายเป็นเรื่องที่ยากขึ้นครั้งที่การสื่อสาร ควรเป็น สิทธิขั้นพื้นฐานถือเป็นหน้าที่ของรัฐที่ต้องทำให้ทั่วถึงและเท่าเทียมไม่ใช่ถูกกลืนให้หายไป ไม่ใส่ใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น

“ที่ผ่านมา TTRS ทำงานภายใต้ภารกิจจัดให้มีบริการ โดยทั่วถึงและบริการสังคม ภายใต้ความร่วมมือของสำนักงาน กสทช. มูลนิธิสากลเพื่อคนพิการ และสำนักพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ หรือ สวทช. เพื่อให้คนพิการทางการได้ยินและคนพิการทางการพูด สามารถสื่อสารกับคนทั่วไป ผ่านโทรคมนาคมพื้นฐานได้ แต่เมื่อต้องหยิบให้บริการ ผลกระทบที่เกิดขึ้นคือบริษัทเอกชน ที่จ้างงานหลายบริษัทไม่สามารถโทรติดต่อลูกจ้าง ที่เป็นคนพิการทางการได้ยินได้ เกิดอุปสรรคในการทำงานมากขึ้น เห็นผลต่อการตัดสินใจจ้างงานในอนาคต

“ส่วนตัวดิฉันเองก็ไม่ทราบว่าเกิดอะไรขึ้น เพราะเหตุที่กสทช. ที่มีงบประมาณมากมายจากการประมูลคลื่นความถี่แต่ละครั้งที่มีกองทุนมหาศาล  ในการพัฒนาระบบส่งเสริมและสนับสนุนคนพิการสามารถเข้ารับบริการของรัฐด้านการสื่อสารให้ได้อย่างทั่วถึงและเท่าเทียมแต่ไม่สามารถให้งบประมาณได้ทำให้เกิดปัญหาคลื่นและสร้างผลกระทบต่อคนพิการ

“ภาครัฐมีหน้าที่ต้องขับเคลื่อน ให้เกิดความเท่าเทียมกับคนพิการไม่ทันใดก็ทางหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็นการสอบถามไปยัง กสทช. หรือรับฟังปัญหาโดยตรงจากคนพิการ และหามาตรการช่วยเหลือ เพื่อให้คนพิการ เป็นส่วนหนึ่งของสังคม และดำเนินชีวิตได้ตามปกติ ดิฉันขอฝากเรื่องนี้ไว้นะคะ แม้วันนี้เสียงของผู้พิการ จะดีกว่าเสียงของการแบ่งแยกเก้าอี้รัฐมนตรี รัฐบาลควรจะต้องได้ยินและจัดการ แก้ไขปัญหาให้กับคนพิการโดยเร็วที่สุด”