(4 ก.ค.) 9.00 น. ณ สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) คนหูหนวกราว 50 คนรวมตัวกันเพื่อเรียกร้อง กรณี ศูนย์บริการล่ามภาษามือ TTRS ปิดให้บริการเนื่องจากขาดงบประมาณจาก กสทช. นับตั้งแต่วันที่ 13 มิถุนายนที่ผ่านมา

นายชาญวุฒิ อำนวยสิน ผู้อำนวยการสำนักบริการโทรคมนาคมโดยทั่วถึงและเพื่อสังคม (USO) ได้ เข้ารับข้อร้องเรียนจากกลุ่มคนหูหนวกและ ให้สัมภาษณ์กับผู้ข่าวว่าตอนนี้ขั้นตอนของโครงการ ttrs ผ่านในขั้นของอนุกรรมการเรียบร้อยแล้วซึ่งขั้นต่อไปจะเป็นการเสนอไปยัง บอร์ดบริหาร คาดว่าจะเข้าประชุมประมาณเดือนสิงหาคม มีระยะเวลาประมาณหนึ่งเดือน
ชาญวุฒิ ระบุว่าที่ผ่านมาโครงการ ที่ได้รับการจำเป็นต้องผ่านการพิจารณาจากคณะกรรมการซึ่งใช้เวลาโดยเฉพาะที่ผ่านมา มีโครงการเสนอเข้ามาค่อนข้างมาก จึงต้องมีความละเอียดรอบคอบ
ปัญหาที่เกิดขึ้นเรายืนยันว่าไม่ได้นิ่งนอนใจ เราพยายามเดินหน้าโครงการให้เกิดเกิดขึ้นเร็วขึ้นที่สุด เราสนับสนุนเรื่องนี้มาตั้งแต่ตั้งไข่ เริ่มทำงาน และเราจะช่วยตรงนี้อยู่แล้วเพราะมันเป็นประโยชน์กับประชาชน
ส่วนที่สำนักงานทำได้ตอนนี้ก็คือ นอกจากการดำเนินงานตามแผนแล้วเรายังมีการตั้งคณะทำงาน ทั้งกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชนว่าจะทำยังไงให้เกิดความยั่งยืนในเรื่องนี้ เราอยากให้มีหลายทางเลือก
ประเด็นเรื่องข้อวิจารณ์การทุจริตถึงไม่ได้รับการอนุมัติงบประมาณผู้อำนวยการยืนยันว่าไม่ได้รับรายงานเรื่องนี้และที่ผ่านมาโครงการไม่ได้มีปัญหาเรื่องการทุจริตแต่อย่างใด ที่ผ่านมาโครงการมีเอกสารการเบิกจ่ายตามจริง ความล่าช้าที่เกิดขึ้นจากความเหลี่อมของแผน และการทำงาน
สายัณห์ แกนนำคนหูหนวก ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวการปิด ศูนย์ที่ผ่านมาสร้างความเดือดร้อนให้กับคนหูหนวกมาก อยากให้ กสทช อนุมัติงบให้กับ TTRS
“ คนหูหนวกที่เป็นไรเดอร์เดือดร้อนกันมาก เวลาไปทำงานแล้วเกิดปัญหาก็ไม่มีใครที่จะช่วยเหลือได้ กระทั่งคุยกับลูกหรือคนในครอบครัวผมก็ติดต่อไม่ได้ อยากให้ศูนย์กลับมาเปิดให้ได้เร็วที่สุด จะได้ช่วยสนับสนุนคนหูหนวกได้ตลอด 24 ชั่วโมง หูหนวกจะได้คนช่วยแปลภาษา เรื่องติดต่อโรงพยาบาลติดต่อเหตุด่วนเหตุร้าย โจรขึ้นบ้านหรือมิจฉาชีพต่างๆ ใช้บริการผ่านศูนย์บริการ“
สายัณห์ยืนยันว่าวันนี้ได้เข้ามาเรียกร้องและได้รับการตอบรับที่ดีจากหน่วยงาน หลังจากนี้ตรงจากจับตาการทำงานขององค์กรว่าไปถึงไหนและจะเข้ามาติดตามเรื่องนี้อย่างต่อเนื่อง
นอกจากนี้ยังมีคนหูหนวกคนอื่นที่มาเขาร้องปัญหาของการปิดศูนย์บริการล่ามภาษามือว่า ส่งผลกระทบให้แก่คนหูหนวกมากแค่ไหน ในนั้นโอภาสซึ่งเขาสะท้อนการมีอยู่ของศูนย์บริการแห่งนี้ว่าเป็นประโยชน์ในการใช้ชีวิตประจำวันของคนหูหนวก รวมถึงความปลอดภัยที่เกิดขึ้นในการใช้ชีวิตต่างๆของคนหูหนวก
”ก่อนหน้าที่จะมี ttrs ผมต้องจองล่ามล่วงหน้าอย่างน้อยสามวัน ต้องวางแผนกับใครว่าจะคุยอะไร แต่เรื่องเหตุด่วนเหตุร้ายมันแจ้งล่วงหน้าไม่ได้ บางครั้งป่วยหรือแจ้งความ แต่พอมีศูนย์บริการล่ามภาษามือทางไกลให้บริการ ทำให้คนหูหนวกเข้าถึงบริการล่ามภาษามือได้มากขึ้น โทรหาล่ามภาษามือแล้วเขาช่วยแปลได้เลย สะดวกสบายมาก ไม่ว่าผมจะค้าขาย หรือพูดคุยกับคนหูดีผมก็ใช้บริการนี้ในการติดต่อสื่อสาร มันมีความจำเป็นมาก
ผมเห็นความสำคัญของศูนย์บริการนี้เพราะมันทำให้ชีวิตผมดำเนินต่อไปไปได้เรียบง่ายมากขึ้นสะดวกสบายมากขึ้น ถ้าหากเกิดอะไรขึ้น คนหูหนวกจะทำอย่างไร ถ้าเกิดมีอุบัติเหตุหรือรถชนคนหูหนวกจะต้องทำอะไรนั่งรอให้คนอื่นคอยติดต่อให้เหรอ แต่ถ้ามีล่ามภาษามือช่วยคุยให้ก็ทำให้ผมรู้สึกปลอดภัย“




