Skip to main content

13 มิถุนายน เพจ TTRS หรือศูนย์บริการถ่ายทอดการสื่อสารแห่งประเทศไทย เผยแพร่ประกาศผ่านทางหน้าเพจของศูนย์บริการ แจ้งเรื่องการปิดให้บริการเนื่องจากขาดแคลนงบประมาณในการทำงาน

หลังจากนั้นก็มีเสียงสะท้อนจากกลุ่มคนหูหนวกเป็นจำนวนมากถึงการปิดให้บริการที่สร้างผลกระทบให้กับชีวิต และเป็นการสร้างเงื่อนไขให้กับการดำรงชีวิตเนื่องจากคนหูหนวกจำเป็นต้องใช้บริการล่ามภาษามือในการพูดคุยและสื่อสารเรื่องราวต่างๆ

เพื่อความชัดเจนที่มากขึ้นเราคุยกับ วันทนีย์ พันธชาติ ผู้อำนวยการศูนย์บริการถ่ายทอดการสื่อสารแห่งประเทศไทย ถึงปัญหาที่เกิดขึ้นหลังจากการปิดศูนย์บริการรวมถึงข้อเรียกร้องที่อยากได้รับการแก้ปัญหาว่าจะทำยังไงให้ศูนย์บริการกลับมาทำงานได้

บริการล่ามภาษามือทางไกลของ TTRS มีปัญหาอะไร และเหตุใดจึงต้องปิดบริการ? วันทนีย์ : ต้องประกาศปิดบริการชั่วคราวเนื่องจากประสบปัญหาขาดแคลนงบประมาณสนับสนุน และเงินสำรองที่มูลนิธิได้สำรองจ่ายไปแล้วหมดลง มูลนิธิไม่สามารถแบกรับภาระค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นได้อีกต่อไป การปิดบริการในครั้งนี้อาจยาวนานกว่าเดิมจนกว่า กสทช. จะอนุมัติงบประมาณ

ปัญหาการขาดแคลนงบประมาณ
เกิดจากสาเหตุใด และเกี่ยวข้องกับ กสทช.อย่างไร?

ปัญหาเกิดจากการอนุมัติทุนสำหรับการดำเนินบริการล่ามภาษามือทางไกลจากสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ที่ล่าช้า โครงการนี้ดำเนินการภายใต้แผนการจัดให้มีบริการโทรคมนาคมพื้นฐานโดยทั่วถึงและบริการเพื่อสังคม (USO) ซึ่งเป็นการสนับสนุนงบประมาณแบบโครงการ (project-based)

แม้ TTRS จะได้รับการสนับสนุนมาตั้งแต่แผนยูโซ่ 1 และ 2 แต่ปัญหารุนแรงขึ้นในแผนยูโซ่ 3 และ 4 โดยเฉพาะแผนยูโซ่ 4 ที่เริ่มต้นตั้งแต่กรกฎาคม 2566 แต่จนถึงเดือนมิถุนายน 2568 (เป็นเวลาเกือบ 2 ปี) ก็ยังไม่มีการอนุมัติงบประมาณใดๆ เลย งบประมาณของ กสทช. มาจากการเก็บเงิน 2.5% ของรายได้จากบริษัทโทรคมนาคม ซึ่งมีจำนวนประมาณ 4,000-7,000 ล้านบาทต่อปี เพื่อนำมาสนับสนุนบริการทั่วถึงและบริการเพื่อสังคม ปัญหาการอนุมัติล่าช้าเช่นนี้เกิดขึ้นทุกครั้งที่มีรอยต่อระหว่างแผน

TTRS ได้พยายามแก้ไขปัญหาการอนุมัติงบประมาณที่ล่าช้านี้อย่างไรบ้าง?

TTRS ไม่ได้นิ่งนอนใจและได้ดำเนินการอย่างต่อเนื่องเพื่อเร่งรัดการอนุมัติงบประมาณ เราพยายามเข้าพบผู้บริหาร กสทช. ได้เข้าพบประธาน กสทช. เมื่อวันที่ 14 มีนาคม เพื่ออธิบายสถานการณ์ความล่าช้ารวมถึงส่งจดหมายร้องเรียน มีการทำจดหมายถึงเลขาธิการ กสทช. เพื่อเร่งรัดการอนุมัติโครงการ แต่ก็เงียบไม่มีคำตอบ และฉบับที่สองถึงประธาน กสทช.เข้าบอร์ดเป็นหน้าที่ของประธาน.

กสทช. ให้เหตุผลใดสำหรับการอนุมัติที่ล่าช้า และมีประเด็นเรื่องความไม่โปร่งใสหรือไม่?

กสทช. ให้เหตุผลว่าต้องการรอให้โครงการทั้งหมดครบทุกโครงการก่อนจึงจะนำเข้าอนุมัติ แม้ว่าโครงการของ TTRS จะผ่านกระบวนการอนุมัติทั้งสองขั้นตอนแล้วก็ตาม แต่ก็ยังต้องรอโครงการอื่นที่ไม่สำเร็จ และมีคำสั่งให้รวมโครงการทั้งหมดเข้าด้วยกัน

สำหรับประเด็นเรื่อง "ความไม่โปร่งใส" หรือ "การใช้จ่ายเบิกจ่าย" ที่เคยมีข่าวลือ ทาง TTRS ยืนยันว่าไม่เป็นความจริงเลย โครงการของ TTRS ได้ผ่านการอนุมัติและการตรวจสอบทุกขั้นตอนอย่างละเอียด มีการตรวจสอบใบเสร็จทุกใบอย่างเข้มงวด และมีการคืนเงินทุกเม็ดที่ไม่ได้ใช้

ที่ผ่านมากสทช. ไม่เคยพูดถึงเรื่องความไม่โปร่งใสกับ TTRS เลยในการหารือ

การปิดบริการของ TTRS ส่งผลกระทบต่อคนหูหนวกและผู้ใช้งานอย่างไรบ้าง?

อย่างแรกคือเรื่องบริการฉุกเฉิน TTRS เคยเปิดบริการตลอด 24 ชั่วโมงสำหรับกรณีฉุกเฉินทางการแพทย์ ตำรวจ หรือไฟไหม้ ล่ามจะช่วยประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น 1669 หรือตำรวจ และแม้กระทั่งสอนการทำ CPR ให้คนหูหนวก การปิดบริการหมายถึงช่องทางฉุกเฉินทั้งหมดก็ถูกปิดไปด้วย.

ต่อมาคือการดำเนินชีวิตประจำวัน กระทบกับการสื่อสารในชีวิตประจำวันอย่างรุนแรง เช่น การไปโรงพยาบาลเพื่อตรวจโรคหรือรับยา การติดต่อครอบครัว และการสมัครงาน.

ตัวอย่างเช่นกลุ่มไรเดอร์ คนหูหนวกที่ทำงานอาชีพไรเดอร์ เช่น Grab, Lalamove, Line Man, Food Panda ซึ่งมีจำนวนมากกว่า 1,000 คน เป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบอย่างมากที่สุด เพราะต้องทำงานทุกวันและต้องติดต่อลูกค้าเพื่อสอบถามเส้นทาง การไม่มี TTRS ทำให้พวกเขาไม่สามารถสื่อสารกับลูกค้าได้ รายได้ลดลง และอาจถูกบล็อกการให้บริการจากแอป

นอกจากนี้ในขาดการติดต่อสื่อสาร คนหูหนวกรู้สึกเหมือนขาดการติดต่อกับผู้คน ไม่สามารถสื่อสารกับใครได้เลย

TTRS มีค่าใช้จ่ายและงบประมาณที่ต้องการเท่าไร และนำไปใช้อะไรบ้าง?

สำหรับระยะเวลา 3 ปี TTRS ต้องการงบประมาณประมาณ 150 ล้านบาท ซึ่งเป็นการใช้งานอย่างประหยัดที่สุดแล้ว โดยไม่ได้ซื้อของหรือก่อสร้างอะไรเพิ่มเติม

เรามีค่าใช้จ่ายหลัก ส่วนใหญ่เป็นค่าใช้จ่ายประจำ ได้แก่ ค่าบุคลากร (เงินเดือน) ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าอินเทอร์เน็ต ค่าสายสัญญาณ

เรามีค่าบุคลากร เรามีพนักงานรวม 61 คน ประกอบด้วยล่ามภาษามือเกือบ 40 คน, กลุ่มเทคนิคดูแลระบบประมาณ 6 คน, กลุ่มทำงานออฟฟิศ 12 คน และกลุ่มคนหูหนวกทำหน้าที่เฮลป์เดสก์ (ตอบคำถามผู้ใช้งาน) 4 คน

ค่าใช้จ่ายด้านบุคลากรคิดเป็นประมาณ 30% ของงบประมาณต่อปี ระบบคอลเซ็นเตอร์และซอฟต์แวร์ประมาณ 30% ของงบประมาณฮาร์ดแวร์ประมาณ 20% ของงบประมาณ สำหรับการเปลี่ยนและซ่อมแซมอุปกรณ์ เช่น เซิร์ฟเวอร์และเครื่องคอมพิวเตอร์ของล่าม ซึ่งควรเปลี่ยนมานานแล้วแต่ไม่มีเงินซื้อ

ที่เหลือคือค่าสำนักงาน รวมถึงค่าเช่าที่ งบอบรมและประชาสัมพันธ์ ซึ่งเมื่อไม่มีเงินก็ไม่ได้ดำเนินการ. ปัจจุบัน TTRS ต้องสำรองจ่ายไปก่อน และเป็นหนี้บริษัทโทรคมนาคมและหน่วยงานต่างๆ

TTRS ให้บริการในแต่ละวันและแต่ละปีมากน้อยเพียงใด?

TTRS มีคู่สายเข้ามาประมาณ 1,200 ถึง 1,600 สายต่อวัน และให้บริการประมาณ 450,000 ครั้งต่อปี

TTRS มีข้อเสนอแนะในการแก้ไขปัญหาความยั่งยืนของบริการนี้อย่างไร?

เราอยากวอนขอให้เร่งอนุมัติโครงการต่อเนื่อง ขอให้ กสทช. อนุมัติโครงการต่อเนื่องของ TTRS ก่อน แทนที่จะรออนุมัติรวมกับโครงการอื่นทั้งหมด ซึ่งทำให้ล่าช้ากว่า 2 ปี

ควรมีการออกกฎหมายที่บังคับให้มีการจัดบริการนี้อย่างชัดเจน เพื่อให้การอนุมัติเป็นไปอย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง TTRS เสนอโมเดลจากต่างประเทศ ตัวอย่างเช่น สหรัฐอเมริกา ตั้งกองทุนสำหรับบริการรีเลย์ (relay service) โดยเฉพาะ เก็บเงินจากผู้ประกอบการโทรคมนาคมเพื่อสนับสนุนบริการสำหรับคนหูหนวก มีมูลค่ากว่า 1,000 ล้านเหรียญสหรัฐต่อปี ซึ่งเป็นไปตามกฎหมายโทรคมนาคมของสหรัฐฯ

หรืออย่างออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ เกิดจากการฟ้องร้องโดยคนหูหนวกต่อคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนหรือศาล ซึ่งตัดสินให้รัฐบาลต้องจัดบริการนี้และเก็บเงินจากผู้ประกอบการโทรคมนาคมมาจ่ายให้กับหน่วยงานผู้ให้บริการ

ควรมีการกำหนดแผนระยะยาวควรประกาศแผนยูโซ่แบบระยะยาว เช่น 5 ปี แทนที่จะประกาศทีละ 1 หรือ 3 ปี เพื่อให้สามารถเตรียมพร้อมและดำเนินการได้อย่างต่อเนื่อง

คนหูหนวกและชุมชนคนหูหนวกมีการตอบสนองต่อการปิดบริการอย่างไร

กมลทิพย์ ว่องธนบูรณ์ ตำแหน่ง สมาชิกสัมพันธ์ TTRS ซึ่งเป็นคนหูหนวกได้สะท้อนหลังจากการปิดให้บริการของศูนย์ว่าคนหูหนวกเข้ามาแสดงความเดือดร้อนและความเห็นใจต่อการปิดศูนย์บริการครั้งนี้

กมลทิพย์ : คนหูหนวกและชุมชนคนหูหนวกแสดงความเดือดร้อนอย่างมาก และเห็นใจ TTRS แต่ก็ตั้งคำถามว่าสิทธิของพวกเขาถูกริบรอน และใครจะมาช่วยพวกเขา หลายคนไม่สามารถสมัครงานหรือใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ มีการเผยแพร่เรื่องความเดือดร้อนบนโซเชียลมีเดีย เช่น คุณนับดาวที่เป็นลูกค้าประจำและกำลังรวบรวมคนหูหนวกเพื่อลงชื่อร้องเรียนถึงนายกรัฐมนตรี TTRS สนับสนุนให้คนหูหนวกแสดงความต้องการโดยตรง เพราะเป็นความต้องการจำเป็นพิเศษของกลุ่มนี้ อย่างไรก็ตาม หากคนหูหนวกไปร้องเรียนโดยไม่มีล่าม ก็จะเกิดปัญหาในการสื่อสาร

แผนการจัดให้มีบริการโทรคมนาคมพื้นฐานโดยทั่วถึงและบริการเพื่อสังคม (Universal Service Obligation: USO) เป็นแผนงานที่จัดทำโดยสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนทุกกลุ่มสามารถเข้าถึงบริการโทรคมนาคมขั้นพื้นฐาน โดยเฉพาะในพื้นที่ห่างไกล พื้นที่ชายขอบ พื้นที่ชนกลุ่มน้อย ผู้พิการ ผู้มีรายได้น้อย และกลุ่มเปราะบางอื่น ๆ