หลายครั้งสงครามย่อมตามมาซึ่งการบาดเจ็บและการสูญเสีย ซึ่งในรูปธรรมก็คือความตายหรือความพิการ มีทหารไทยหลายคนที่ใช้ชีวิตอยู่กับความพิการหลังการบาดเจ็บจากการทำงาน เนื่องในวันทหารผ่านศึกซึ่งรำลึกถึงทหารที่เคยรบในสมรภูมิและทำงานรับใช้ชาติ ในวันที่ 3 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา เราอยากชวนทุกคนเดินไปในงาน รำลึก ชวนทหารที่มีความพิการคุยเกี่ยวกับเรื่องราวที่ผ่านมา พร้อมทั้งสะท้อนมุมมองความพิการที่เป็นและรู้สึกที่บ้างบาดเจ็บจากสมรภูมิ บ้างบาดเจ็บในภายหลัง

สิบเอกบุญสม พรหมประเสริฐ
ผมเป็นทหารตั้งแต่ปี 2529 อยู่ในสมรภูมิช่องบก จังหวัดอุบลราชธานี ตอนนั้นได้รับคำสั่งออกลาดตระเวน ก็ไปเป็นชุดลาดตระเวน 12 คน พอดีเพื่อนไปเหยียบกับระเบิด ทุกคนในกลุ่มก็ไปช่วยเพื่อน ตัดไม้เตรียมหาม เอามาปลูกเป็นเปล ขณะก็กำลังห้ามเลือดเสร็จเรียบร้อย กำลังอุ้มเพื่อนที่บาดเจ็บ คนนึงจับฝั่งหัว คนนึงจับฝั่งขา พอก้าวเดินออกไปก็เหยียบระเบิดอีก กลายเป็นคนในทีมทั้งหมดโดนระเบิดซ้ำ เหตุการณ์นั้นทำให้คนขาขาด 2 คน นอกนั้นก็โดนสะเก็ดตามตัวและลำคอ ส่วนขาผมนั้นขาดไปในทันทีเลย
หลังจากนั้นผมก็ใช้ชีวิตอยู่กับขาเทียม ใหม่ๆ ก็มีลำบากบ้างเพราะยังไม่คุ้นเคย เราก็ต้องฝึกปรับตัวให้เหมือนที่เคยเดิน วันนี้ก็กลับมาใช้ชีวิตปกติแล้ว อยากฝากไปถึงทหารที่พิการจากการรบว่าอย่าเพิ่งไปกังวลอะไร อยากให้ใช้ชีวิตตามปัจจุบันตามสภาพที่เรามี ใช้ชีวิตตามที่เราเป็นอยู่ พยายามฟื้นฟูให้เหมือนเดิมให้มากที่สุด

ร้อยตรี เศรษฐวุฒิ เมินขุนทด
ผมไปรบมาจากเหตุการณ์ร่มเกล้าปี 2530 เหยียบกับระเบิดขาซ้ายขาดใต้เข่า ตอนนั้นเป็นสงครามระหว่างประเทศ ข้าศึกลุกลามเข้ามาในประเทศไทย พวกผมเป็นทหารม้ากองทัพภาคที่ 3 หน้าที่ในการขับไล่ข้าศึกออกจากพื้นที่
วันนั้นประมาณ 8 โมง มันเป็นพื้นที่เขาผืนป่าดงดิบ เราไปทั้งผู้บังคับการหมู่และผู้ช่วย ก็ขึ้นไปรบ จังหวะของการปะทะก็ต่างคนต่างหลบ เพื่อนเราคนนึงก็เหยียบกับระเบิด ผู้บังคับหมู่ก็เหยียบกับระเบิด ผมก็เหยียบกับระเบิด เพื่อนกับผู้บังคับหมู่ของผมเสียชีวิต 2 คน เหลือผมคนเดียวที่ไม่ตาย ตอนนั้นต้องคลานจากบนเขาลงมาถึงตีนเขา บาดเจ็บขาขาดตั้งแต่ใต้เขาลงไป
ผมได้กลับมารักษาตัวที่โรงพยาบาลยุพราช จังหวัดพิษณุโลก อยู่สักประมาณ 1 อาทิตย์ ก็ถูกส่งตัวมาที่โรงพยาบาลพระมงกุฎ ก็มาใส่ขาที่นี่ เริ่มหัดเดินตั้งแต่ปี 2531
การใช้ชีวิตอยู่กับขาเทียมแรกๆ ก็เจ็บนะ เวลาเดินไปเดินมา เพราะขาจริงกับขาเทียมจะเสียดสีกัน จนเกิดการอักเสบ เจ็บแต่เราก็ทนเดินเอา ทนไปสักพักก็พอเดินได้ ไม่นานก็คุ้นชิน ถามว่าส่งผลต่อชีวิตประจำวันไหม ก็ต้องบอกว่าส่งผล ขาไม่ค่อยดีเท่าไหร่ ไปไหนมาไหนก็ไม่ค่อยถนัด เชื่องช้า แต่เราก็ไปได้ พอดำรงชีวิตได้อยู่ ปัจจุบันผมก็ทำงานอยู่ที่องค์กรสงเคราะห์ทหารผ่านศึก
เหตุการณ์ร่มเกล้าจบตรงที่ตอนนั้นผู้บัญชาการทหารบก ในเวลานั้นคือพลเอกชวลิต ยงใจยุทธและพลเอกชาติชาย ชุณหะวัณ ซึ่งเป็นนายกรัฐมนตรี ไปเจรจาว่า ขอออกห่างจากจุดเกิดเหตุคนละ 3 กิโลเมตร จึงได้ยุติปัญหาเพราะต่างคนต่างสูญเสีย
เหตุการณ์วันนั้นเราลืมไม่ได้หรอก เพราะเป็นภารกิจของเรา เราเจ็บในครั้งนั้น ไม่มีวันลืมอยู่แล้ว เสียทั้งเพื่อนและผู้บังคับบัญชา กองพันทหารม้าที่ 18 จังหวัดเพชรบูรณ์สูญเสียเยอะมาก
พอความพิการมันเกิดขึ้นก็มีบ้างที่สับสน ฟังทั้งหมอ ทั้งคนรอบตัว แต่เราก็ต้องปรับตัวกันไป ทั้งร่างกายและจิตใจจะกระทบกระเทือนหมด ทีแรกพิการใหม่ๆ เรารับไม่ได้เลย หลังๆ มาเราก็ปรับตัวได้ และเห็นคนที่บาดเจ็บและพิการมากกว่าเรา มีคนทั้งตาบอดและขาขาดจากการรบ เขาเจ็บหนักกว่าเรามาก ขาขาดข้างเดียวเราก็ต้องทำใจและปรับตัวให้ได้

จ่าเอก อันนพ วงค์จันทร์
ของผมไม่ได้ผ่านสงครามแต่เป็นการป้องกันประเทศ รบแถวจันทบุรีและตราด เป็นทหารพรานนาวิกโยธิน สังกัดกองทัพเรือ นาวิกโยธินทำตามภารกิจของหน่วยเหนือ ของเราไม่ใช่ทหารประจำการ เราเป็นอาสาสมัครทหารพราน นาวิกโยธิน
วันนั้นผมได้ทำการลาดตระเวน ตอนนั้นมีไฟไหม้ป่า ทางกองร้อยได้มีคำสั่งให้ไปพิสูจน์ทราบ ชั่วขณะที่เดินลาดตระเวนระเบิดที่ฝังอยู่ก็ระเบิด ทำให้สะเก็ดระเบิดถูกบริเวณดวงตา ทำให้ตาบอด รวมถึงบริเวณมือซ้าย เพื่อนอีกประมาณ 3 คนก็โดนแต่ไม่เจ็บมาก
ผมจำได้ตอนที่ตาขวาแตก มันเหมือนไข่ไก่ที่แตก เหนียวๆ เหมือนไข่ขาว ซึ่งตอนนั้นเราไม่รู้สึกตัวหรอก เพื่อนก็ช่วยกันปฐมพยาบาลแล้วก็หามลงมาจากสันเขาบรรทัด เอามาส่งที่โรงพยาบาลจังหวัดตราด ก่อนจะถูกส่งตัวมาที่โรงพยาบาลสมเด็จพระปิ่นเกล้า ผมรักษาตัวอยู่ 2 ปีเพื่อรอเปลี่ยนลูกตาเนื่องจากไม่มีคนบริจาค
หลังจากออกจากโรงพยาบาลผมก็มีครอบครัว มาขับวินมอเตอร์ไซค์รับจ้าง เราก็ต้องดิ้นรน ตอนนั้นเราไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามันมีบำนาญ จึงขับวินมอเตอร์ไซค์อยู่แถวหมู่บ้านทหารผ่านศึกเกาหลี
ตาของผมปัจจุบันก็มองได้ข้างเดียว อีกข้างหนึ่งมองไม่เห็น แรกๆ ลำบากมากีผลต่อการเดินและการใช้ชีวิต เดินชนเสาไฟฟ้า เดินตกฟุตบาทกลายเป็นเรื่องธรรมดา แต่ตอนนี้ก็ชินแล้ว ไม่เป็นอุปสรรค แต่จะมีผลมากก็คือตอนกลางคืนเราขับรถไม่ได้เพราะมันใช้สายตา
พิการตอนแรกผมก็ท้อแท้ นึกไม่ออกว่าเราจะทำอะไรต่อ ความรู้สึกเหมือนกลายเป็นคนตกงาน เดี๋ยวมันก็ต้องสู้แหละครับเพราะมีครอบครัวมีลูกสาว

สิบเอก วิชาญ พลพัฒน์
ผมบาดเจ็บจากเหตุการณ์สมรภูมิช่องบก อำเภอน้ำยืน จังหวัดอุบลราชธานี ภารกิจของผมคือส่วนหนึ่งของแผนป้องกันประเทศ ตอนนั้นผมออกจรยุทธแล้วก็ถูกซุ่มโจมตี ถูกกับระเบิด ทำให้ขาขาด 1 คน แขนขาด 1 คน เสียชีวิตอีก 4 คน
จรยุทธคือการลาดตระเวน ค่ำไหนนอนนั่น ไม่ได้มีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง ก็สำรวจไปตามแผนยุทธศาสตร์ ขึ้นเขาลงห้วยกันตามเขตแดนของเรา แล้วก็โดนซุ่มโจมตี ด้วยทุ่นระเบิดเคลย์มอร์ คล้ายจอหนัง ตอนที่โดนซุ่มโจมตี บางส่วนก็เสียชีวิตแล้ว บางส่วนก็พยายามกระเสือกกระสนหนีเอาชีวิตรอด คนที่ไม่เจ็บก็ติดตามข้าศึกไป แล้วก็เหยียบกับระเบิด พอพิการก็ได้เงินชดเชยเป็นเงินจำนวน 30 เท่า ของเงินเดือน แต่เราเป็นทหารพรานเงินเดือนก็ไม่ได้เยอะมาก
หลังจากดีขึ้นเราก็ปลดประจำการมาทำงานอยู่ที่องค์การทหารผ่านศึก ช่วงปี 2530 ชีวิตอยู่กับขาเทียมที่เพิ่มออกมา 1 ข้าง ใช้เวลาเป็นปีอยู่เหมือนกันกว่าจะเคยชิน เพราะแรกๆ มันเจ็บ เราก็ต้องเดินจนกว่าหัวเข่าจะด้าน เหมือนใส่รองเท้าที่มันกัด ถ้าไม่ชินกับมันเราก็จะทนไม่ได้
ผมไม่มีอะไรจะฝากถึงคนรุ่นหลัง แค่รู้สึกเป็นห่วงว่าอย่าไปตีกันมาก เจ็บหรือตายก็ไร้ประโยชน์ คุณเอาความเก่งไปใช้ในทางที่ถูกต้องดีกว่า ผมเห็นแต่ข่าวคนตีกันก็เลยนึกถึง ถ้าคุณแน่จริงมาสมัครทหารเลย
สำหรับทหารที่เพิ่งพิการใหม่ๆ ผมอยากจะบอกว่าอย่าไปท้อแท้ เราก็ยังใช้ชีวิตอยู่ในสังคมได้ ขับรถได้ ดำเนินชีวิตตามปกติได้ เป็นไปตามชีวิตเท่าที่จะดำเนิน ตอนนี้ผมก็ทำงานเป็นช่างทำเครื่องราช อยู่ในองค์กรสงเคราะห์ทหารผ่านศึก ก็มีความสุขครับ

อาสาสมัครทหารพราน สถิตย์ กาติ๊บ
ผมอยู่ที่ดอยหินแตก แม่สลอง แม่สะเรียง จังหวัดแม่ฮ่องสอนเป็นทหารตั้งแต่ปี 2528 โดยรวมคือมีคำสั่งหรือภารกิจที่ไหนเราก็ต้องไปหมดโดยไม่มีข้อแม้
พิการที่เกิดขึ้นมาเกิดตอนผมลาออกแล้ว เส้นเลือดในสมองตีบ เพราะความเครียดและเรื่องสะสมต่างๆ เป็นมา 3 ปีกว่าแล้ว มันเป็นอาการที่ไม่ได้มีการบอกล่วงหน้า อยู่ดีๆ ก็วูบไปเลย เราไม่รู้สึกตัวเลย ฟื้นตัวขึ้นมาก็รักษาที่โรงพยาบาลทหารผ่านศึก ตอนนี้ปีนึงก็ต้องมา 3 ครั้งเพื่อรับยา
โรคนี้เป็นโรคขี้เกียจ ถ้าเราท้อก็จบเลย ร่างกายก็จะไม่ฟื้น เราต้องออกกำลังกายฟื้นฟูร่างกายด้วยตัวเอง เราเป็นใหม่ๆ ก็ไม่รู้หรอกว่าจะต้องกินอะไร ทำอะไร หรือดูแลร่างกายอย่างไร ก็ได้หมอที่นี่คอยแนะนำ ต้องกินไข่เยอะๆ 9 - 10 ฟอง กินให้ครบ 5 หมู่ เพราะตอนเราเป็นใหม่ๆ เราไม่ค่อยจะกิน