เมื่อฉันเป็น ‘ไกด์ รันเนอร์’ วิ่งกับคนตาบอดครั้งแรก

เคยเห็นเพื่อนคนหนึ่งตั้งสเตตัสบนเฟซบุ๊กว่า‘ตื่นเช้าคือกำไรชีวิต’วันนี้เองเป็นวันที่เราตื่นเช้าเป็นพิเศษ ต่างจากวันหยุดเสาร์อาทิตย์อื่น แล้วอะไรกันล่ะที่จะเป็นกำไรชีวิตของเราในวันนี้

ตั้งแต่ฟ้ายังไม่สาง เรารีบออกจากบ้านไปร่วมกิจกรรม ‘วิ่งด้วยกัน’ ครั้งที่ 42 ที่สวนลุมพินี กรุงเทพมหานคร แม้ว่านี่จะไม่ใช่การวิ่งครั้งแรกของเรา แต่เรากลับตื่นเต้นมากที่จะได้ ‘วิ่งด้วยกัน’ กับพาร์ทเนอร์ที่เป็นคนพิการ กิจกรรมนี้มีจุดประสงค์หลักคือ เพื่อให้คนพิการได้ออกกำลังกาย เราซึ่งเป็นไกด์รันเนอร์จะต้องช่วยเหลือคนพิการให้น้อยที่สุด เท่าที่จำเป็น นอกจากวิ่งแล้วเราก็หวังว่าจะได้ทำความรู้จักกับเพื่อนใหม่ที่เป็นคนพิการด้วย เอ๊ะ... หรือสิ่งนี้จะเป็นกำไรชีวิตของเรา

6 โมงเราเดินทางถึงสวนลุมฯ เราตั้งใจไปถึงก่อนเพราะนี่คือการไปสวนลุมฯ ครั้งแรก แล้วเราก็หลงทางตามคาด เดินวนรอบสวนกว่าครึ่งชั่วโมงก่อนที่จะเริ่มวิ่งเสียอีก เลยคิดในแง่ดีว่า หลงทางคือการวอร์มร่างกายก่อนวิ่งแล้วกัน (หัวเราะ) เกือบ 6โมงครึ่งเราถึงจุดนัดที่ห้องสมุดประชาชน ตอนนั้นยังมีคนมาไม่มากนักสักพักจึงเริ่มมีคนมา ทั้งคนที่เคยมาวิ่งแล้วและคนที่เพิ่งมาเป็นครั้งแรก 

หลังจากที่คนทยอยมาเยอะขึ้น นวคุณ พจน์ชพรกุล ผู้ประสานงานวิ่งด้วยกันเริ่มต้นกิจกรรมด้วยการพูดคุยอย่างเป็นกันเองกับคนที่พึ่งเคยมาวิ่งครั้งแรก หรือเรียกอีกอย่างว่า ‘ไกด์ รันเนอร์’ ที่จะคอยช่วยเหลือคนพิการระหว่างการวิ่ง โดยนวคุณพูดถึงวิธีการวิ่งกับคนพิการแต่ละรูปแบบ เริ่มจากคนพิการทางการมองเห็น ที่จะมีเชือกลักษณะเป็นวงกลม เพื่อให้ไกด์รันเนอร์จับเชือกข้างหนึ่ง และคนพิการทางการมองเห็นจับอีกข้างนึง หรือคนพิการที่นั่งวีลแชร์ ซึ่งจะวิ่งเร็วมากอยู่แล้ว จนอาจทำให้เราตามไม่ทัน สิ่งที่เราต้องทำคือ พยายามวิ่งตามให้ทันและระมัดระวังความปลอดภัย คนพิการประเภทสุดท้าย คือคนพิการทางการได้ยิน ซึ่งไม่ค่อยมีปัญหาในการวิ่ง แต่เราอาจจะสื่อสารกับเขาลำบาก เลยต้องอาศัยการพิมพ์ข้อความเพื่อสื่อสารระหว่างกัน

หลังจากที่เรารู้วิธีการวิ่งกับคนพิการแต่ละรูปแบบแล้ว ก็จะทำการจับคู่ไกด์รันเนอร์กับคนพิการ โดยจับคู่ตามระยะทางที่ต้องการวิ่ง 3 ระยะ คือ 1,2และ3รอบ แต่ละรอบมีระยะทางประมาณ2.5กิโลเมตร วันนี้มีไกด์รันเนอร์มากกว่าคนพิการจึงทำให้ต้องจับคู่คนพิการ1คน ต่อไกด์รันเนอร์2คน การ์ตูน น้องคนพิการทางการมองเห็น และพี่นาส ไกด์รันเนอร์อีกคนร่วมวิ่งกับเรา หลังจากที่จับคู่กันแล้วก็เข้าสู่การวอร์มร่างกายและเคลื่อนตัวไปที่จุดเริ่มต้นเพื่อเตรียมตัวออกวิ่ง บรรยากาศเป็นไปอย่างครึกครื้น เนื่องจากการวิ่งครั้งนี้มีไกด์ รันเนอร์หน้าใหม่เยอะกว่าทุกครั้ง

เราเริ่มวิ่งออกจากจุดเริ่มต้น โดยมีการ์ตูนอยู่ตรงกลาง ระหว่างวิ่งเราได้พูดคุยและทำความรู้จักกับการ์ตูนมากขึ้นและรู้ว่า นี่ไม่ใช่การวิ่งครั้งแรกเธอ เธอมาวิ่งหลายครั้งจนเธอเองก็จำไม่ได้แล้ว เราจึงอดแซวเธอไม่ได้ว่า‘สงสัยการ์ตูนคงต้องพาเราวิ่งแล้วแหละ’ การ์ตูนเรียนอยู่ชั้น ป.6 ที่โรงเรียนสอนคนตาบอดกรุงเทพฯ เดิมทีเธอชอบออกกำลังกายที่โรงเรียนอยู่แล้ว แต่ที่โรงเรียนมักไม่ค่อยมีผู้หญิงมาออกกำลังกายเท่าไหร่ นอกจากการวิ่งแล้ว เธอยังเล่นกีฬาอื่นอย่างโกลบอลด้วย

เราทั้ง 3 คนตัดสินใจวิ่งกันเพียง 1รอบครึ่งเท่านั้น หลังจากวิ่งเสร็จ เราก็ไม่ลืมที่จะถ่ายรูปร่วมกันเก็บไว้เป็นที่ระลึก เรารู้สึกว่าประสบการณ์วิ่งในครั้งนี้เป็นกำไรชีวิตของเรา เพราะไม่เหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา เมื่อเราเริ่มวิ่ง เราก็จะใส่หูฟัง ฟังเพลงและวิ่งคนเดียวไปตลอดทาง โดยสนใจแค่ว่า รีบวิ่งให้เร็วที่สุด เพื่อให้ถึงจุดหมายปลายทางได้ภายในเวลาที่กำหนด ผิดกับการวิ่งครั้งนี้ ที่วิ่งช้ามากจนแทบจะเหมือนการเดินด้วยซ้ำ แต่กลับทำให้เราสนใจคนรอบข้างมากขึ้น เราได้พูดคุยกับน้องการ์ตูนและไกด์รันเนอร์ตลอดทาง เวลาเราเจอทางแยกหรือสัตว์ขณะวิ่ง เราและพี่นาสก็จะพยายามเล่าให้การ์ตูนฟังแทนการมองเห็น นอกจากนี้เรายังได้รู้จักกับเพื่อนใหม่มากมาย ทั้งคนที่มาเป็นไกด์รันเนอร์ และเพื่อนๆคนพิการด้วย

สำหรับใครที่สนใจกิจกรรม ‘วิ่งด้วยกัน’ สามารถมาร่วมกิจกรรมได้ทุกวันเสาร์แรกของเดือน ณ สวนลุมพินี หรือติดตามกิจกรรมอื่นๆผ่านทางเพจ ‘วิ่งด้วยกัน’ 

 

 

 

 

ThisAble.me Logo