กรรมการชี้ขาดชี้คดีคนพิการฟ้อง กทม.-บีทีเอส อยู่ในขอบเขตศาลปกครอง

2018-01-22 17:26

วันนี้ (22 ม.ค.61) เครือข่ายคนพิการเดินทางไปร่วมรับฟังศาลอ่านคำชี้ขาด หลังฟ้องเรียกค่าเสียหายจากบีทีเอส กรณีจัดสร้างสิ่งอำนวยความสะดวกไม่ทันตามกำหนดเวลา 1 ปี ตามที่ศาลปกครองสูงสุดสั่งเมื่อวันที่ 21 ม.ค.58 ที่ศาลแพ่ง ถนนรัชดาภิเษก ใน 2 ประเด็นคือ

  1. ขอบเขตอำนาจศาล โดยคณะกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจระหว่างศาลจะเป็นผู้พิจารณาอำนาจของศาล ระหว่างศาลแพ่งและศาลปกครอง หากพิจารณาแล้วพบว่า คดีนี้อยู่ในขอบเขตของศาลปกครอง ก็จะต้องย้อนกลับไปเริ่มต้นกระบวนการใหม่
  2. ศาลแพ่งรับฟ้องแบบกลุ่มหรือไม่

จนเวลา 10.30 น. ผู้พิพากษาเดินเข้าบัลลังก์และอ่านคำวินิจฉัย โดยคณะกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจระหว่างศาลมีความเห็นว่า โจทก์เป็นคนพิการตามมาตรา 4 ของพระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ ฟ้องร้องค่าเสียหายกรณีละเมิดสิทธิอันเนื่องจากจำเลยทำสัญญาขนส่งมวลชน โดยไม่มีการจัดทำลิฟต์ทั้ง 23 สถานี หรือทำแล้วใช้ไม่ได้ และไม่เป็นไปตาม พรบ.คนพิการ และคดีแดงที่อ.650/2557 ที่ศาลปกครองสูงสุดสั่งให้บีทีเอสสร้างสิ่งอำนวยความสะดวกให้ครบทั้ง 23 สถานี ภายใน 1 ปีนับแต่มีคำสั่งศาล ทั้งการสร้างลิฟต์ ป้ายสัญลักษณ์และสิ่งอำนวยความสะดวกอื่นใดตามพระราชบัญญัติฟื้นฟูคนพิการ ระเบียบวาระว่าด้วยมาตรฐานสิ่งอำนวยความสะดวก

นอกจากนี้ การที่ศาลปกครองสูงสุดได้พิพากษาว่าให้สร้างสิ่งอำนวยความสะดวกให้แล้วเสร็จภายใน 1 ปีแล้วนั้น แต่ไม่สามารถทำได้ถือเป็นการละเมิด ขัดขวางและเลือกปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรม และเลือกปฏิบัติด้วยเหตุแห่งความพิการ อีกทั้งจำเลยเป็นราชการส่วนท้องถิ่นตามมาตรา 3 ของพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครองด้วย

นอกจากนี้ พรบ.ส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการยังบัญญัติให้รัฐต้องให้บริการและสนับสนุนคนพิการ โดยไม่สามารถเลือกปฏิบัติได้ ทั้งนี้เมื่อคำฟ้องของโจทก์กล่าวว่า บริการรถสาธารณะของจำเลย ไม่เป็นไปตาม พรบ.ส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ ปี 50 และไม่เร่งรัดตามคำสั่งเลขแดง อ.650/2557 อันเป็นการเลือกปฏิบัติ เป็นเหตุให้ต้องฟ้องเรียกค่าเสียหาย ฉะนั้นจึงชี้ขาดว่า อำนาจพิจารณาคดีนี้ เป็นอำนาจของศาลปกครอง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากฟังคำชี้ขาด ตัวแทนคนพิการกล่าวว่า หลังจากนี้ก็ต้องเป็นไปตามกระบวนการการยื่นอุทธรณ์ และปรึกษาทนายเพื่อดำเนินการเรื่องฟ้องร้องต่อไป จนสักพักหนึ่งคนพิการกว่า 30 คน ก็รวมตัวกันเดินขบวนออกไปที่ถนนบริเวณหน้าศาลแพ่ง เพื่อถือป้าย และกล่าวว่า “อัศวินขี่ควาย ไม่มีน้ำยา” “UN Please Help” “กทม.เตะถ่วงไร้สัจจะ” “คสช.คืนความสุขให้ประชาชน” ฯลฯ พร้อมทั้งอัดคลิปและถ่ายภาพร่วมกัน ก่อนที่จะแยกย้ายกลับภูมิลำเนา