คุยกับ‘เล็ก ขันทอง’ผู้ช่วยคนพิการ: เหนือความพิการ คืออำนาจการตัดสินใจ

2017-09-06 15:19

เมื่อพูดถึงอาชีพ พีเอ (PA: Personal Assistant) เชื่อว่าหลายๆ คนคงนึกไม่ออกว่า อาชีพนี้ต้องทำอะไรบ้าง หากพูดกันในทางธุรกิจ พีเออาจหมายถึงผู้ช่วยส่วนตัวในการทำธุระต่างๆ และเช่นเดียวกับการช่วยคนพิการ พีเอ หรือผู้ช่วยเหลือคนพิการ ก็ทำหน้าที่ไม่ต่างกัน (คลิ๊กเพื่ออ่าน “PA” ผู้ช่วยคนพิการ งานหลักคือให้คนพิการได้ “ตัดสินใจ”)

“เล็ก ขันทอง” เป็นพีเอ (นอกระบบ) จากไทยใหญ่หรือประเทศพม่า ตอนเจอกับพี่เล็กสอง-สามครั้งแรก ยอมรับตามตรงว่า เราไม่รู้สึกว้าวกับพี่เล็กเท่าไหร่หรอก เพราะเธอก็เป็นผู้หญิงธรรมดาๆ ออกจะเงียบและหลบสายตา แถมตัวเธอไม่ได้มองว่าตัวเองเป็นพีเออะไรหรอก รู้ว่ามีหน้าที่คอยช่วยเหลือคนพิการเท่านั้นแหละ

การคุยกันหน้าห้องประชุมงานคนพิการในวันหนึ่งเมื่อเดือนที่แล้ว เธอเล่าเรื่องเล่าอัน ‘เหนื่อยหอบ’ หลังวิ่งกลับมาหา “อ๊อฟ” คนพิการขยับไม่ได้ตั้งแต่ระดับคอที่เธอเป็นผู้ช่วย เพราะสายที่โทรคุยกันถูกตัด เหตุการณ์นี้ทำให้เราสนใจเธอขึ้นมาทันที และทำให้เราอยากรู้จักเธอมากขึ้นไปอีก จนกลายเป็นบทสัมภาษณ์ด้านล่างนี้


ภาพโดย นันทินี แซ่เฮง, ชนากานต์ ตระกูลสุนทรชัย

พี่เล็กคือใคร

พี่เล็ก: ชื่อเล็ก เป็นคนไทยใหญ่ มาจากพม่า ทำงานอยู่กับอ๊อฟได้เกือบสองปี

ก่อนหน้านี้ทำอะไร

ก่อนที่จะมาทำงานกับอ๊อฟ ทำงานดูแลผู้สูงอายุ นอนติดเตียง ดูแลยายน้ำหนัก 100 กว่ากิโล เวลาทำอะไรก็แล้วแต่ เราจะไม่รังเกียจเขา เพราะต้องดูแลทุกอย่าง ผิวหนังเอย ร่างกายเอย สัมผัสอยู่ตลอด อยู่กับเขาเกือบ 6 เดือน ไม่เคยได้หยุดสักวัน

จากดูแลคนแก่ เป็นผู้ช่วยคนพิการ ต่างกันยังไง

อื้มมมม (หยุดคิด)  ตอนอยู่กับคุณยายจะไม่มีกิจกรรมที่ทำร่วมกัน ไม่ได้ออกไปข้างนอก อยู่ 6 เดือนไม่เคยไปไหนเลย (หัวเราะ) อยู่ที่บ้านคุณยายหมดทุกอย่าง เขาจะเรียกให้เปลี่ยนท่าบ่อยๆ เพราะเขานอนติดเตียง 20 นาทีมาเปลี่ยนท่า บางทีก็ 5 นาที 10 นาทีเปลี่ยนท่า แล้วแต่เขาจะเรียก อยู่กับคุณยายตลอดมาสักพักก็รู้สึกว่ามันอ่อนเพลีย ตัวผอม ไม่อ้วนเหมือนตอนนี้นะ (หัวเราะร่วน) นานวันก็ยิ่งผอมไปเรื่อยๆ  ก็เลยคิดว่า เราต้องออกมาหางานใหม่แล้ว ก็โทรไปที่ศูนย์หางานประจวบเหมาะพอดีกับที่อ๊อฟโทรหาศูนย์เหมือนกัน คุยกันแป็ปนึงแล้วเขาก็โทรมาตอบรับว่า มาได้เลย  มาแรกๆ ก็ไม่คิดว่าจะอยู่ได้นะ 

พอมาเป็นผู้ช่วยคนพิการ ความคิดที่มีต่อคนพิการที่เคยเห็นคือคนพิการติดเตียง ไม่ยอมไปไหน พอมาเห็นอ๊อฟไปไหนมาไหนบ่อยๆ เขาสู้ชีวิตเราก็ภูมิใจ ไปไหนก็ไม่เคยบ่นเหนื่อย หรือบ่นไม่อยากไป มีแต่เราบางวันเพลียจริงๆ ก็จะบอกเขาว่า เพลียนะไปไม่ไหวแล้วนะ (หัวเราะ)

เรื่องอะไรที่เราอึดอัดใจถึงขั้นจะอยู่ไม่ได้

ครั้งแรกที่คิดว่าอยู่ไม่ได้คือ บ้านของอ๊อฟค่อนข้างแคบ การนอน ท่านอน ห้องมันแคบ สิ่งอำนวยความสะดวกของเขาต้องมาก่อน เราต้องอยู่ชั้นล่างกับเขา เพราะต้องใกล้ชิดเขาตลอดเวลา เราเมื่อยและปวดเนื้อปวดตัวจากท่านอนที่ไม่สบาย

อีกอย่างคือถ้าดูแลผู้ป่วยเราดูแลได้อยู่แล้วไง แต่ช่วยคนพิการจะต้องดูแลสิ่งอำนวยความสะดวกรอบข้างด้วย การอยู่การกินของเขาด้วย  แรกๆ ลำบากด้วยความไม่เคย แต่ทำไปทำมา เราก็รักอาชีพนี้ คนเราทำอาชีพเป็นอย่างเดียวไม่ได้ ต้องเอาใจเราใส่เข้าไปด้วย เราต้องดูไม่ใช่ว่าดูแลแค่นิดหน่อย  เราต้องดูแลเรื่องของเขาทุกอย่าง

ทำงานมาจะ 2 ปี แล้ว  ได้อะไรบ้าง

รู้ว่า คนพิการไม่ได้อยากเกิดเป็นคนพิการ แต่เมื่อมันเกิดความพิการแล้ว คนรอบข้างก็ต้องยอมรับความแตกต่าง คนพิการก็ต้องยอมรับตัวเองด้วย

คนแถวบ้านบางคนร่ายกายทุกส่วนของเขาดีหมด แต่ไม่ยอมทำมาหากิน เทียบกับอ๊อฟที่ขยับได้แค่หัว แต่ออกไปทำโน่นทำนี่ พี่อยากให้อ๊อฟเป็นแบบอย่างให้คนแถวบ้าน อยากให้คนอื่นที่ไม่ทำอะไรลุกขึ้นมาทำบ้าง

เรื่องตื่นเต้นที่สุด ตั้งแต่ทำงานมาคือเรื่องอะไร เล่าให้ฟังหน่อย

วันนั้นจะไปซื้อกับข้าว เราออกไปนานหน่อย ถ้าจะให้ดี เวลาออกไปข้างนอกต้องเอาอ๊อฟนอนบนเตียงแล้วค่อยไป แต่วันนั้นอ๊อฟบอกจะทำงาน เราก็คิดว่าไปไม่นานนะประมาณ 2 ชั่วโมง ก็เลยให้เขานั่งบนรถเข็นอยู่หน้าคอม โดยคอลไลน์ไว้คุยกัน

พูดคำตอบคำ พูดอะไรก็ได้แล้วแต่ ตอบอะไรก็ได้แล้วแต่ ถ้าสายยังไม่หลุดไป เราก็อุ่นใจว่าเขายังไม่เป็นอะไร พี่มั่นใจแบบนั้น

 2 ชั่วโมงผ่านไป กำลังจะกลับแล้ว ขึ้นรถเมล์ จากซอย 52 กลับไปซอย 53 พอขึ้นรถมาปุ๊บสายหลุดเลย ทำอะไรไม่ได้ รถก็ติด ทำยังไงได้ คิดไปแล้วก็ทำอะไรไม่ได้ เราลนลานพอรถจอดก็จอดเลยป้ายอีก ต้องวิ่งข้ามสะพานลอย วิ่งเข้ามาในซอย ถึงตึกลิฟต์ก็เสียอีก (หัวเราะ) วิ่งขึ้นไป เหนื่อยจนไม่รู้จะพูดยังไง แต่ตอนนั้นไม่รู้จักเหนื่อย ในหัวคิดว่าอ๊อฟอย่าเป็นอะไรนะ (หัวเราะ) ถ้าเราไปเจอสภาพไม่ดีจะเป็นยังไง ในหัวคิดว่าถ้าอ๊อฟเป็นอะไรจะโทรหาใคร พ่อ หรือโรงพยาบาล พี่เป็นคนคิดมากจริงๆ

อ๊อฟเป็นอะไรมั้ย

พอขึ้นไปถึงอย่างเหนื่อยหอบ อ๊อฟไม่ได้เป็นอะไร อ๊อฟนั่งเหงาอยู่

อ๊อฟถามว่าพี่เล็กเป็นอะไร วิ่งหนีอะไรมาเหรอ เราก็ถามว่าสายโทรศัพท์เป็นอะไร  ถึงรู้ว่าอ๊อฟนั่งแล้วหัวไปพาดโดนสายหลุดไป

ในใจคิด “อ๊อฟเอ้ยตัวเองไม่เป็นอะไร นี่ฉันจะตายก่อนแล้ว” (หัวเราะ)

วันหลังเลยรู้ว่า เราจะไม่ทิ้งอ๊อฟไว้บนวีลแชร์อีก เพราะเขาจะมีอาการเกร็งด้วย นั่งนานๆ แล้วเกร็งอาจจะตกวีลแชร์ น่าจะนอนบนเตียงเอาหมอนกั้นไว้ดีกว่า

ถึงตอนนี้รู้รึยังว่าท่าไหนที่เวิร์คที่สุด ใช้เวลานานไหมกว่าจะรู้

นอนบนเตียงแต่แล้วเอาหมอนกั้นเยอะๆ หน่อย เวิร์คสุด

ก็เรียนรู้ไปเรื่อยๆ (หัวเราะ) อันไหนไม่ดีเราก็ไม่เอา อันไหนโอเคเราก็ทำตามไป จนตอนนี้เรายกเขาขึ้นเตียง ยกขึ้นรถเข็นด้วยตัวคนเดียวได้เลย

อ๊อฟชอบกินอะไรมากที่สุด

ก๋วยเตี๋ยวเส้นหมี่ กินได้ทุกครั้ง มาม่ากินได้ทุกมื้อ ถ้าเขากินอะไรไม่อร่อยต้องเอามาม่ามาล่อ (หัวเราะ)

อ๊อฟไม่ชอบทำอะไรมากที่สุด

ไม่ชอบให้เราตัดสินใจแทนเขามากที่สุด

บางครั้งเราก็ถามแล้วอ๊อฟให้คำตอบช้า แต่เรารีบ อย่างเรื่องเสื้อผ้าเขาจะเลือกนานมากไม่เสร็จสักที (หัวเราะ) บางทีเราก็แกล้งถามอันนี้ใช่ไหมตัวที่เขาไม่ชอบ เขาก็จะเลือกได้ทันที ว่าไม่ใช่ เอาตัวโน้น (ร้ายนะพี่เล็กเนี่ย คนสัมภาษณ์หัวเราะ)

การได้ตัดสินใจ สำคัญยังไงกับคนพิการ

เพราะคนเราพิการหรือไม่พิการต้องมีสิทธิตัดสินใจได้เอง ทำในเรื่องที่อยากทำ ปฏิเสธในเรื่องที่ไม่อยากทำ

พี่เล็กขัดใจเรื่องอะไรบ่อยๆ (หันไปถามอ๊อฟ)

อ๊อฟ: ทำเกินสิ่งที่บอก  ถ้าผมให้ซื้อของมา 1 อย่าง เขาก็จะซื้อมา 2 อย่าง (มองพี่เล็กตาค้อน)

พี่เล็ก : (หัวเราะ) บางครั้งเราไปตลาด เห็นของที่อ๊อฟชอบ แต่วันก่อนที่เขาอยากกินไม่มีขาย วันนี้เขาไม่ได้บอกให้ซื้อแล้ว แต่เราเห็นว่ามันมีก็เลยซื้อมาด้วย เผื่อเขาจะกิน เนี่ยที่พี่เล็กอ้วนขึ้นทุกวันเพราะซื้อมาแล้วเขาไม่กิน พี่เล็กเสียดาย ก็กินเอง (หัวเราะ)

รู้มาว่าพี่เล็กไม่ชอบอยู่ในที่เสียงดัง ถ้าวันนึงอ๊อฟอยากไปเที่ยวผับ เสียงดังมาก จะพาไปมั้ย

ไม่ชอบเสียงดัง ดนตรีดังๆ จะไม่ชอบเลย แต่ถ้าเขาอยากไป ยังไงเราก็ต้องตามใจเขาไม่ขัดใจหรอก เราขอรออยู่ข้างนอก เดี๋ยวเข้าไปแล้วหัวใจเต้นแรงเกิน (หัวเราะ)

ไปไหนกับอ๊อฟสนุกที่สุด

ลงพื้นที่ ดูสิ่งอำนวยความสะดวก เช่น บีทีเอส เอ็มอาร์ที เหนื่อยไหม มันก็เหนื่อย วันที่ลงพื้นที่ เราเหนื่อยมาก เขาก็เหนื่อย บางครั้งเราบอกว่าเบาๆ บ้างนะ เดี๋ยวไม่สบายงานมันติดกัน ร่างกายก็รับไม่ไหว  อ๊อฟป่วยเรายังดูแลได้ ถ้าเป็นกันสองคน จะไม่มีใครคอยช่วยอ๊อฟ

พีเอคืออะไรในความคิดพี่เล็ก แล้วคิดว่าตัวเองเป็นพีเอรึยัง

คือผู้ช่วยเหลือคนพิการ แรกๆ ก็สับสนเพราะเราเคยแต่ดูแลคนป่วย ถ้าตอนนี้ให้คะแนนเต็ม 10 ก็คงอยู่สัก 6-7

ทำไมไม่ 10 ?

เพราะเราทำได้แค่บางอย่าง ดูแลคนพิการแบบอ๊อฟได้ แต่ถ้าเป็นคนพิการแบบอื่นๆ ก็อาจจะทำไม่เป็น แล้วก็ไม่เคยได้เข้าหลักสูตรสอนพีเออะไรด้วย

ส่งท้าย.. ถ้าวันหนึ่งอ๊อฟตกหลุมรักใครสักคนขึ้นมา พี่เล็กจะสนับสนุนให้เขามีเวลาส่วนตัว ได้กุ๊กกิ๊กกับคนรักยังไง

ภาระเราก็จะเบาไป มีคนช่วยดู (หัวเราะ) ถ้าเขาอยากมีเวลาส่วนตัวก็แล้วแต่เขา  คนเรามีสิทธิเลือก คิดว่าสิ่งไหนดีก็เลือก เราอยู่กับเขาแบบนายจ้าง ลูกจ้าง เราไปห้ามอะไรเขาไม่ได้อยู่แล้ว มีแค่เป็นห่วงมาคนที่เข้ามาจะดูแลเขาดีไหม จริงใจรึเปล่า แบบคนห่วงกันทั่วๆ ไป