Skip to main content

20 ม.ค. 69 สมาคมสภาคนพิการทุกประเภทแห่งประเทศไทย พร้อมด้วยภาคีเครือข่ายองค์กรคนพิการระดับชาติ 6 แห่ง ได้ร่วมกันนำเสนอ ข้อเสนอเชิงนโยบายเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตคนพิการ ตามมติสมัชชาคนพิการแห่งชาติปี 2567 โดยมีประเด็นสำคัญเร่งด่วนคือการ เร่งปรับปรุงพระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ พ.ศ. 2550 เพื่อให้กฎหมายมีกลไกพิทักษ์สิทธิที่เป็นรูปธรรม โดยเฉพาะการยกระดับคณะกรรมการขจัดการเลือกปฏิบัติให้ทำงานเชิงรุก มีกระบวนการไกล่เกลี่ยและเยียวยาผู้เสียหายที่มีประสิทธิภาพ รวมถึงการเพิ่มความชัดเจนในการคุ้มครองสิทธิคนพิการจากการถูกล่วงละเมิดทุกรูปแบบ และการแต่งตั้งผู้สนับสนุนการเข้าถึงสิทธิสำหรับคนพิการในภาวะพึ่งพิง

ในด้านสวัสดิการและการเงิน ข้อเสนอหลักคือการปรับเพิ่ม เบี้ยความพิการเป็น 3,000 บาทถ้วนหน้า ทันทีเพื่อให้สอดคล้องกับสภาวะเศรษฐกิจปัจจุบัน ควบคู่ไปกับการ ปฏิรูปกองทุนส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ ให้มีความคล่องตัวและยั่งยืน โดยกำหนดให้กองทุนฯ ไม่ต้องส่งเงินเข้าคลังเป็นรายได้แผ่นดิน เพื่อให้งบประมาณถูกนำมาใช้เพื่อประโยชน์ของคนพิการอย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย นอกจากนี้ ยังมุ่งเน้นการส่งเสริมการมีงานทำโดยเร่งรัดให้หน่วยงานรัฐจ้างงานคนพิการให้ครบตามสัดส่วนกฎหมาย ซึ่งปัจจุบันยังขาดอีกกว่า 13,220 คน พร้อมเสนอให้เพิ่มสิทธิประโยชน์ทางภาษีแก่ภาคเอกชนที่จ้างงานคนพิการจาก 2 เท่าเป็น 3 เท่า และเพิ่มหมวดการคุ้มครองแรงงานคนพิการในกฎหมายคุ้มครองแรงงานเพื่อให้ได้รับสิทธิในสิ่งอำนวยความสะดวกและวันลาเพื่อดูแลสุขภาพ

สำหรับการพัฒนาศักยภาพและการเข้าถึงบริการ ภาคีเครือข่ายเสนอให้การ จัดการศึกษาแบบเรียนรวม (Inclusive Education) มุ่งเน้นไปที่ผลลัพธ์การเรียนรู้จริงและการเข้าถึงสื่อการสื่อสารเฉพาะทาง เช่น ภาษามือหรืออักษรเบรลล์ มากกว่าเพียงแค่สถานที่เรียน, โดยให้คงความเข้มแข็งของโรงเรียนเฉพาะความพิการเพื่อเป็นศูนย์ทรัพยากรสนับสนุนโรงเรียนกระแสหลัก ในขณะเดียวกันต้องเร่งสร้างสภาพแวดล้อมที่ทุกคนเข้าถึงได้ (Accessibility for All) ทั้งทางกายภาพและดิจิทัล โดยการจัดตั้งคณะกรรมการกำกับการเข้าถึง และปรับปรุงกฎหมายขนส่งให้บังคับจัดสิ่งอำนวยความสะดวกอย่างครบถ้วนโดยไม่มีข้อยกเว้น รวมถึงการยกระดับแผนจัดการภัยพิบัติให้ครอบคลุมคนพิการ ทั้งระบบเตือนภัยหลายช่องทางและการฝึกซ้อมอพยพที่คำนึงถึงความต้องการเฉพาะบุคคล

ในระดับท้องถิ่นและภาคประชาสังคม ข้อเสนอแนะให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) มีบทบาทนำในการจัดตั้ง กองทุนคนพิการระดับท้องถิ่นแบบ Matching Fund ร่วมกับรัฐบาล, และสนับสนุนให้ศูนย์บริการคนพิการสามารถให้บริการข้ามเขตพื้นที่ได้ในกรณีจำเป็นเร่งด่วน นอกจากนี้ รัฐควรออกมาตรการทางภาษีเพื่อสนับสนุนองค์กรภาคประชาสังคม (CSOs) ที่ทำหน้าที่เป็นหุ้นส่วนในการจัดบริการสาธารณะแทนภาครัฐ โดยการ ยกเว้นภาษีเงินได้และภาษีมูลค่าเพิ่ม สำหรับเงินสนับสนุนที่ได้รับจากรัฐ, ทั้งนี้ เป้าหมายสูงสุดคือการเปลี่ยนสิทธิในกระดาษให้กลายเป็นการปฏิบัติที่เกิดขึ้นจริง ผ่านการบูรณาการการทำงานร่วมกันอย่างเข้มแข็งระหว่างภาครัฐและองค์กรคนพิการในฐานะหุ้นส่วนสำคัญของการพัฒนา

สรุปข้อเสนอเชิงนโยบาย
1. การเร่งปรับปรุงและบังคับใช้พระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ พ.ศ. 2550
2. การส่งเสริมและสนับสนุนการจัดบริการแก่คนพิการในท้องถิ่นและชุมชน
3. สวัสดิการเบี้ยความพิการ 3,000 บาทถ้วนหน้า
4. การเสริมพลังกองทุนส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ
5. การส่งเสริมการมีงานทำของคนพิการ และการส่งเสริมวิสาหกิจเพื่อสังคมของคนพิการ
6. การจัดการศึกษาแบบเรียนรวม (Inclusive Education)
7. การสร้างสภาพแวดล้อมที่ทุกคนเข้าถึงได้โดยสะดวก (Accessibility for All)
8. การจัดการภัยพิบัติที่ครอบคลุมคนพิการ (Disability Inclusive Disaster Risk Reduction)
9. การขับเคลื่อนงานคนพิการร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นไปสู่การปฏิบัติจริงในระดับท้องถิ่นและชุมชน
10. มาตรการทางภาษีสำหรับองค์กรภาคประชาสังคมที่ได้รับเงินสนับสนุนจากภาครัฐ