ADHD 1: ค้นพบ ปลดล็อค และเลิกโทษตัวเอง
งานชุดที่จะเล่าถึงประสบการณ์ของผู้หญิงที่เป็นโรคสมาธิสั้น หรือ ADHD
เวลาเรานึกถึงโรคสมาธิสั้น เรามักจะเห็นภาพเด็กที่อยู่ไม่สุขและก่อกวนห้องเรียน แต่หลายคนอาจไม่เคยเห็นภาพเด็กที่แอบวาดรูปตรงขอบหนังสือในห้องเรียน เพื่อนที่ดูเหมือนจะมีเรื่องราวอยากเล่ามากมายไม่มีที่สิ้นสุดหรือเพื่อนร่วมงานที่ชอบลืมของไว้ที่นั่นที่นี่ ซุ่มซ่าม หรือชอบทำของเลอะเทอะ
ซึ่งทั้งหมดนั่นคือเราเอง และนี่คือหน้าตา ADHD ที่สามารถพบได้ในผู้หญิงและเด็กผู้หญิง
ชวนทบทวนความเข้าใจของสังคมต่อ ADHD ภาพจำแบบไหนที่เคยเกิดขึ้น เรารู้จักโรคสมาธิสั้นกันมาแบบไหน และ ADHD ในมุมที่เราอาจจะเพิ่งเคยรู้จักนี้หน้าตาเป็นอย่างไร
ADHD นิยามในภาษาไทย
จากข้อมูลจากสถาบันราชานุกูล กรมสุขภาพจิตระบุว่า ภาษาไทยเรียกโรค ADHD (attention deficit hyperactivity disorder) ว่า “โรคสมาธิสั้น” โดยมีอาการที่สามารถพบได้คือ อยู่ไม่นิ่ง ไม่สามารถจดจ่อในห้องเรียนได้ และอาจทำอะไรโดยไม่ยั้งคิด
อย่างไรก็ดี หลังจากอ่านนิยามของ ADHD จบ เรากลับไม่รู้สึกว่าตัวเองมีความเกี่ยวข้องอะไรกับ ADHD ไม่ได้รู้สึกว่ายึดโยงกับอาการเหล่านี้เลยสักนิด สมัยประถมและมัธยมเราเรียนค่อนข้างดีและมีบางช่วงที่โดดเด่นเลยด้วยซ้ำ เราเป็นเด็กหน้าห้อง ไม่ได้อยู่ไม่สุขในห้องเรียน แถมสมัยเรียนมหาวิทยาลัยเราเคยได้รับทุนจากคณะเพราะได้คะแนน 10 อันดับสูงสุดในชั้นปีด้วยซ้ำ
แต่ฉันเป็น ADHD
เรามาตรวจเจอ ADHD ตอนเรามาเรียนต่อปริญญาโทที่ประเทศอังกฤษ และได้ให้คำตอบกับคำถามในชีวิตที่ผ่านมาของเราเกือบจะสมบูรณ์ ยิ่งเราศึกษาเกี่ยวกับโรคมากขึ้น ก็ยิ่งช่วยให้เราเข้าใจตัวเราเองมากขึ้น และใจดีกับตัวเองได้มากขึ้นด้วยเช่นกัน
สัญญาณว่าคุณอาจมี ADHD โดยเฉพาะในผู้หญิง
อาการของ ADHD ในผู้หญิงอาจแตกต่างจากภาพจำที่กล่าวถึงก่อนหน้านี้ มีการอธิบายที่มาที่ไปรวมถึงผลกระทบในกรณีของผู้หญิง เนื้อหาบางส่วนเกี่ยวกับสัญญาณที่บ่งบอกว่าคุณอาจจะเป็นผู้หญิงที่มี ADHD มีดังนี้
- ขี้ลืม เราเองลืมประจำทั้ง กุญแจ กระเป๋าสตางค์ มือถือ บางครั้งเอาคอมมา แต่ไม่ได้เอาสายชาร์จมา ลืมเอาอาหารเข้าตู้เย็น เอาข้าวกล่องมาแต่ลืมช้อนส้อม โชคดีที่เดี๋ยวนี้แค่มีมือถือก็รอดเกือบ 100% แล้ว เราขี้ลืมจนเพื่อนเราต้องคอยเช็คให้ตลอดว่าลืมอะไรรึเปล่า อย่างสัปดาห์ที่แล้วกลับถึงบ้านเพิ่งรู้ว่าลืมเคสหูฟังไว้ที่ทำงาน
- ชอบหาของไม่เจอหรือทำของหาย ซึ่งก็ต่อจากลืมของ มีนาฬิกาไว้หามือถือ มีมือถือไว้หานาฬิกา วางมือถือไว้ไหนนะ ใครเห็นกุญแจเราไหม ล่าสุดลืมมือถือเครื่องสำรองไว้บ้านเพื่อนที่อยู่สก๊อตแลนด์
- ซุ่มซ่าม ตอนอยู่ไทยเพื่อนมักจะคอยดูแลเราแบบรอบด้าน เพราะชอบทำของหล่น ทำหกเลอะเทอะ โดยเฉพาะเวลาไปกินปิ้งย่างกัน เพื่อนเราจะให้เรานั่งรอกินเลย เพราะเรามักจะช่วยให้วุ่นวายมากกว่า สิ่งเหล่านี้ถูกอธิบายว่า คนที่มี ADHD มีการรับรู้ (sensory) ที่แตกต่างจากคนทั่วไป เช่น คิดว่าเดินตรงนี้แล้วจะไม่ชน แต่ชน ก้าวแบบนี้แล้วจะไม่สะดุด แต่สะดุด คิดว่ามือไม่ชนแก้วหรอก แต่ชน คิดว่าถือช้อนแบบนี้แล้วข้าวจะไม่หก แต่หก หรือคิดว่าไม่มีอะไรเลอะปากหรือเสื้อ แต่มี
- มืออยู่ไม่สุข บางทีก็เท้าด้วย เรามีนิสัยแกะเล็บ กัดเล็บ สั่นเท้า เล่นผม ถักผม มีครั้งหนึ่งตอนสอบที่เพื่อนที่นั่งข้างหลังเราบอกว่า ตลอดเวลาสอบประมาณ 3 ชั่วโมง เรานั่งถักผมและแกะผมไปไม่ต่ำกว่า 3 รอบ เรามักจะตัดเล็บสั้นตลอดเพราะถ้ายาวออกมาจุดหนึ่งเราจะกัดเล็บ แล้วเล็บก็จะฉีก ถ้าไม่ตัดเราก็จะฉีกเล็บไปเรื่อย ๆ จนเข้าเนื้อและเลือดออก
- ชอบผลัดวันประกันพรุ่ง (procrastination) โดยเฉพาะสิ่งที่ emotional burden หรือเรียกว่า สิ่งที่ตัวตนภายในของเรารู้สึกไม่ชอบ กลัว เกลียด ยาก ใช้พลังงานเยอะ ในกรณีของเรา เราไม่ชอบล้างจาน เราก็จะไม่ล้างจนกว่าจะไม่มีจานสะอาดใช้ ซึ่งมันหมายความว่า สมัยอยู่ไทย เราสามารถผลัดวันประกันพรุ่งนานถึง 2 สัปดาห์หรืออาจจะนานกว่านั้นด้วยซ้ำ
- ฝันกลางวัน เหม่อลอย (daydreaming) เวลาที่เราไม่ได้สนใจสิ่งที่อยู่ตรงหน้า หรือนั่งว่างๆ เช่น ตอนต้องนั่งรถไปเที่ยวไกลๆ เรามักจินตนาการตัวเราเองในสถานการณ์ที่ไม่มีทางเกิดขึ้นจริง คิดว่าเราอยู่ในโลกเวทมนต์ เราเป็นคนรักของดารานักร้องที่เราชื่นชอบ เราในสถานที่ที่เราไม่เคยไป ซึ่งทำให้ภายนอกอาจดูเหมือนเรานั่งเฉยๆ แต่ความคิดของเราไม่ได้อยู่ตรงนั้น ในบางครั้งที่กำลังฟังเรื่องที่ไม่ได้สนใจอาจเหมือนว่าเรากำลังตั้งใจฟังด้วยซ้ำ
- นอนไม่หลับ เป็นการนอนไม่หลับแบบคิดนั่นคิดนี่แบบหยุดไม่ได้ หลายครั้งร่างกายล้าสุดๆ แล้ว แต่เราไม่สามารถข่มตาหลับได้ บางครั้งเราต้องตื่นมาทำอย่างอื่น และบางครั้งเราก็ยังไม่สามารถหลับได้อยู่ดี
- Hyper fixation หรือจดจ่อมากจนเกินไป ซึ่งเราเชื่อว่าจุดนี้คือจุดที่คนมักเข้าใจผิดเกี่ยวกับ ADHD เวลาคนเราสนใจหรือชอบอะไรมากๆ ก็มักจะจดจ่อกับมันเป็นเวลานาน แล้วแค่ไหนถึงเรียกว่าเกินไป อาจเป็น 2-3 ชั่วโมง แล้วถ้า 6-12 ชั่วโมงล่ะ กรณีของเราคือมากแบบที่ไม่ทำกิจกรรมอื่นที่จำเป็น ไม่สนใจความต้องการพื้นฐานของร่างกาย ไม่กิน ไม่นอน ไม่เข้าห้องน้ำ ซึ่งเราเป็น เราเคยถักนิตติ้งต่อกันประมาณ 8 ชั่วโมงแบบหยุดไม่ได้ รู้ตัวตอนร่างกายล้าสุดๆ มือสั่น มึนหัว แบบต้องหยุดแล้วเพราะร่างกายไม่ให้ไปต่อ ถึงจะสามารถหยุดได้
อ่านถึงตรงนี้แล้ว มีข้อไหนที่ตรงกับคุณบ้างรึเปล่า เราเชื่อว่ายังมีอีกหลายสัญญาณที่เป็นอาการของ ADHD ที่เราเป็น ที่ไม่เหมือนกับความเข้าใจของเราก่อนหน้านี้ ซึ่งใครสนใจแบบที่จะเริ่มต้นเรียนรู้ ก็สามารถลองค้นหาคลิปในยูทิวป์ดูเพิ่มเติมได้ มีคนทำคลิปไว้เยอะพอสมควรเลย
กลับมาที่เราตรวจเจอได้อย่างไร ก็ต้องเริ่มจากเรื่อง Equality Act 2010
สหราชอาณาจักรกับ Equality Act 2010
ที่สหราชอาณาจักรจะมีพระราชบัญญัติที่เรียกว่า Equality Act 2010 ซึ่งเป็นกฎหมายที่ป้องกันการเลือกปฏิบัติต่อคนที่มีความเปราะบางหรือ vulnerable characters ที่ครอบคลุมถึงคนพิการทั้งทางร่างกายและจิตใจ สำหรับในกรณีของสถานศึกษาก็คือ เรามีสิทธิเข้าถึงตัวช่วยด้านการเรียนเพิ่มเติมเนื่องด้วยปัญหาของเรา เพื่อให้เราสามารถแสดงศักยภาพได้เทียบเท่ากับคนอื่นๆ
มหาวิทยาลัยที่เราเรียนจะมี Personalised Academic Study Support เรียกสั้นๆ ว่า PASS plan สำหรับคนที่มีความเปราะบางตาม Equality Act เราได้สิทธินี้เพราะ เรารักษาโรคซึมเศร้าต่อเนื่องนานแล้วตอนอยู่ที่ไทย และโรคซึมเศร้าเองก็นับรวมอยู่ใน vulnerable character ด้วยเช่นกัน
การสนับสนุนเพื่อความเท่าเทียมในฐานะผู้ที่มี vulnerable characters
มหาวิทยาลัยจะมีหน่วยงานชื่อว่า Student Wellbeing Centre ที่เป็นผู้พิจารณา PASS plan ของนักเรียนตามความต้องการของแต่ละคน โดยจะมีการส่งรายละเอียดไปให้กับผู้สอนที่เกี่ยวข้องกับเราเพื่อให้ทางคณะเตรียมการสนับสนุนให้สอดคล้องกันด้วย เช่น เราได้รับอนุญาตให้บันทึกเสียงและภาพการเรียนการสอนได้ ตัวอาจารย์เองก็ต้องบันทึกการเรียนเพื่อให้เด็กสามารถไปฟังย้อนหลังได้ด้วยเช่นกัน เราได้เวลาสอบมากกว่าเพื่อนประมาณ 25% และเรามีสิทธิใช้งาน RNIB bookshare คลังหนังสือดิจิตอลที่ใช้งานกับ application Dolphin easy reader ที่สามารถปรับให้ตัวอักษร การเว้นระยะห่างระหว่างคำและบรรทัด สีของพื้นหลัง และสีของตัวอักษรให้สอดคล้องกับความต้องการของเราได้ ทำให้เราสามารถอ่านหนังสือได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น แต่ถามว่าเอาไว้อ่านหนังสือเรียนเหรอ ก็ไม่หรอก ก็เอาไว้อ่านนิยายอยู่ดี
การประเมินต่อเนื่องที่นำไปสู่ ADHD
Student Wellbeing Centre จะมีการนัดประเมินซ้ำเพื่อดูว่าเราต้องการความช่วยเหลืออะไรเพิ่มเติมที่มหาวิทยาลัยสามารถจัดหาให้ได้บ้าง เราก็เลยไปเล่าให้เขาฟังว่า เรามีปัญหาในการอ่านหนังสือเตรียมตัวเพื่อไปเรียน ในขณะที่เราใช้เวลาไปกับการอ่านแทบทั้งสัปดาห์ เพื่อนคนอื่นในห้องเราสามารถทำงานประจำได้และอ่านหนังสือได้โดยไม่มีปัญหาอะไร หลายๆ ครั้งเราเปิดคอมเพื่อเตรียมอ่านแต่กลับไม่สามารถละสายตาจากโทรศัพท์มือถือได้ ทำให้เรารู้สึกเหมือนเราใช้เวลามากกว่าคนอื่นมากมาย แต่กลับแทบไม่ได้เรียนรู้อะไรได้อย่างที่ควรจะเป็นเลย ให้อารมณ์เหมือนเครื่องยนต์ที่กินน้ำมันมากๆ แต่กลับวิ่งช้า แถมยังเสียงดังอีกต่างหาก
ทางเจ้าหน้าที่ Student Wellbeing Centre เลยให้เราลองทำแบบประเมิน screening ของ ADHD ดู ซึ่งก็ได้ผลออกมาอยู่ในพื้นที่เทาๆ ไม่สามารถชี้ขาดได้ เขาเลยส่งต่อเราไปประเมินกับสถาบันจิตเวชที่ทางมหาวิทยาลัยร่วมมือกันอยู่ โดยการประเมินนี้จะเน้นเรื่องความพิการด้านการเรียนรู้ (Learning Disability) แบบภาพรวม ไม่ใช่แค่ ADHD และการประเมินนี้เป็นเพียงส่วนเสริมสำหรับการจัดการ PASS plan เท่านั้น ไม่ใช่การวินิจฉัยโรค และจะไม่นำไปสู่การรักษา
เราก็ไปประเมินกับจิตแพทย์ตามที่เจ้าหน้าที่แนะนำ มีให้ตอบแบบสอบถามเกี่ยวกับปัญหาในการจดจ่อในชีวิตประจำวัน ให้อ่านคำที่ไม่มีความหมาย ให้เขียนเล่าเรื่องของตัวเอง ให้ตอบว่าภาพที่หายไปน่าจะเป็นข้อไหน
คะแนนที่เราทำได้รอบแรกดูเหมือนว่าจะยังไม่เข้าข่าย ADHD แต่เราเชื่อว่าหมอคนที่ตรวจคงมีประสบการณ์มากและรู้ว่าเราเป็น เลยถามคำถามในส่วนของ ADHD อีกครั้ง ว่าเราอยากเปลี่ยนคำตอบข้อไหนไหม และเราก็เปลี่ยนบางคำตอบ ทำให้ผลลัพธ์ออกมาว่าเรามีความเสี่ยงที่จะมี ADHD และมีสิทธิได้รับการสนับสนุนจากความพิการนี้ตามเงื่อนไขของเรา นั่นคือประชาชนของสหราชอาณาจักรที่มีความพิการและอยู่ในระบบการศึกษา หากเป็นพลเมืองที่นี่จะสามารถได้รับ Disability Student Allowance (DSA) ซึ่งจะประกอบไปด้วยการสนับสนุนเพิ่มเติมอื่น ๆ เช่น เงินรายเดือน, laptop, mentor ส่วนตัว แต่เราไม่ได้เป็นประชาชนของประเทศนี้ ก็คือไม่ได้
ADHD 101
ก่อนจะแยกจากคุณหมอ หมอก็แนะนำให้เราไปฟัง podcast เกี่ยวกับ ADHD ของ Andrew Huberman ชื่อว่า ADHD & How Anyone Can Improve Their Focus ซึ่งเขาอธิบายว่า ADHD ย่อมาจาก Attention Deficit/ Hyperactivity Disorder เกิดจากการที่มีปริมาณของฮอร์โมน dopamine ต่ำกว่าคนทั่วไป ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่ส่งผลโดยตรงต่อการจดจ่อ (focus) ทำให้จดจ่อกับสิ่งที่ไม่สนใจได้ยาก ในทางตรงกันข้ามกับสิ่งที่สนใจกลับไม่สามารถละการจดจ่อได้อย่างง่ายดายได้ด้วยเช่นกัน (hyper-fixation) ปัจจุบันยังเป็นโรคที่รักษาให้หายขาดไม่ได้ มียาแผนปัจจุบันหลายตัวที่ใช้ในการควบคุมอาการได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงมีงานวิจัยเกี่ยวกับอาหารเสริมที่อาจมีส่วนช่วยบรรเทาอาการของ ADHD ได้ นอกจากนี้คือการทำจิตบำบัดแบบ Cognitive Behaviour Therapy (CBT) ก็ได้รับการศึกษาว่าสามารถช่วยบรรเทาอาการที่เป็นปัญหาได้ดีเช่นกัน
จบพาร์ทของคุณ Andrew Huberman แล้วก็ไม่ได้รู้สึกว่าเขากำลังอธิบายตัวเราอะไรขนาดนั้น มีแค่ส่วน hyper-fixation ที่รู้สึกเหมือนสะท้อนตัวเองเพิ่มขึ้นมา แต่ยังไม่ค่อยเชื่อการประเมินของคุณหมอ และตั้งคำถามต่อคำแนะนำเรื่อง podcast นี้ ว่ามันใช่เรื่องของเราเหรอ?
ว่าแล้วยูทิวป์ผู้รู้ดีก็เล่นคลิปเรื่องสัญญาณบ่งบอกว่าคุณอาจเป็นผู้หญิงที่มี ADHD ก็ได้ มาให้ ซึ่งรายละเอียดก็ตามที่ได้เล่าไปก่อนหน้านี้ ตรงนี้คือเบิกเนตร ตาสว่าง นี่มันฉันชัดๆ ต่อให้ยังไม่ได้รับการวินิจฉัยอย่างเป็นทางการ แต่เรามั่นใจแล้วว่า เราเป็น ADHD แน่ๆ และคาดหวังว่าขอให้เราเป็นด้วยเถอะ
ตอนนั้นเหมือนเป็นเสี้ยววินาทีที่อยู่ๆ ข้อข้องใจมากมายในชีวิตก็มีคำตอบ แบบมีคนมาไขกุญแจเปิดห้องที่มืดสนิท แล้วแสงก็สาดส่องเข้ามา เรารู้สึกตลอดเวลาว่า มีอะไรบางอย่างในชีวิตเรา ในตัวของเรา ในหัวของเรา ที่ทำงานแตกต่างจากผู้คนในสังคมที่เราอาศัยอยู่ เรารู้สึกเกือบตลอดเวลาว่า เราไม่ใช่ส่วนหนึ่งของกลุ่มสังคมที่เราอยู่ ทั้งที่เราก็โตมาในสิ่งแวดล้อมเดียวกัน
คำอธิบายเกี่ยวกับ ADHD จึงกลายเป็นคำตอบที่ปลดล็อคตัวเรา ทำให้เราไม่โทษตัวเองต่อสิ่งที่ควบคุมไม่ได้ และมีคำอธิบายให้สิ่งเหล่านั้นไปด้วย ไม่ใช่คิดว่าอะไรบางอย่างในตัวเรามันพังและมันไม่สามารถซ่อมให้กลับมาทำงานได้อีกต่อไปแล้ว
สำหรับตอนที่ 1 ก็ขอพักไว้เท่านี้ เพราะคิดว่าข้อมูลมากกว่านี้อาจทำให้หลายๆ คนเลิกอ่าน แล้วไว้เจอกันใหม่ในตอนต่อไป
อ้างอิง
https://th.rajanukul.go.th/ข้อมูลวิชาการ:%E0%B8%81ลุ่มโรคสำคัญ/โรคสมาธิสั้น-ADHD-AttentionDeficitH
https://www.gov.uk/guidance/equality-act-2010-guidance
https://studentservices.lincoln.ac.uk/health-and-wellbeing/disability-advice/reasonable-adjustments/
https://www.gov.uk/disabled-students-allowance-ds