Skip to main content
วันที่ 1 พฤษภาคม 2568 เวลา 10.40 ณ ศาลปกครองกลาง คนพิการร่วมฟังคำพิพากษาศาลปกครองสูงสุด ในคดีดำหมายเลข 2338/2561 และ คดีแดงหมายเลข 1202/2564 ระหว่างสมาคมสภาคนพิการทุกประเภทแห่งประเทศไทยและและพวก รวม 6 คน ผู้ฟ้องคดี และการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย ผู้ถูกฟ้องคดี
 
โดยคดีดังกล่าวสืบเนื่องจากการที่สมาคมสภาคนพิการทุกประเภทแห่งประเทศไทยและและพวก รวม 6 คนฟ้องร้องการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทยเมื่อปี 2561 จากกรณีที่รถไฟฟ้าสายสีม่วง ระหว่างสถานีเตาปูน - บางใหญ่ รวมทั้งหมด 16 สถานีนั้นละเลยการปฏิบัติหน้าที่ในการจัดสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับคนพิการ เช่น การติดตั้งลิฟต์ไม่ครบทุกสถานี และสิ่งอำนวยความสะดวกที่ไม่เป็นไปตามมาตรฐาน อย่างไรก็ดี เมื่อปี 2564 ศาลชั้นต้นได้พิพากษายกฟ้อง ด้วยเหตุที่ว่า สถานีสายสีม่วงได้มีการจัดสิ่งอำนวยความสะดวกเพื่อให้คนพิการ และคนชรา สามารถเข้าถึงและใช้ประโยชน์ได้ตามกฏกระทรวงเรื่องสิ่งอำนวยความสะดวกแล้ว จึงไม่ถือเป็นการละเมิด และไม่จำเป็นต้องชดใช้ค่าสินไหม
 
จากคำพิพากษาดังกล่าว ผู้ฟ้องจึงยื่นอุทธรณ์ และนำมาซึ่งคำพิพากษาของศาลปกครองสูงสุด ในวันนี้ (1 พ.ค.68) คำพิพากษาของศาลปกครองสูงสุดระบุใจความว่า
.
จากการพิจารณากฏหมายที่เกี่ยวข้องว่าผู้ถูกฟ้องนั้นละเลยการปฏิบัติหน้าที่ หรือกระทำการล่าช้าเกินสมควรหรือไม่ ก็ได้พบข้อเท็จจริงว่า ผู้ถูกฟ้องได้จัดให้มีลิฟต์ในทุกสถานี ตั้งแต่สถานีเตาปูน - บางใหญ่ โดยจากจุดขึ้นลง 4 จุด จะมีลิฟต์ 2 จุด ในฝั่งขาเข้า 1 จุด และฝั่งขาออก 1 จุด ยกเว้น 3 สถานีคือเตาปูนที่มีจุดขึ้นลง 4 จุด แต่มีลิฟต์ 3 จุด และสถานีสะพานพระนั่งเกล้า และบางซ่อนที่มีทางขึ้นลง 5 จุด และมีลิฟต์ 2 จุด ในสถานีบางพลู แยกนนทบุรี1 และบางซ่อนมีการติดตั้งลิฟต์บันได ทำให้ผู้ฟ้องคดีที่จะเดินทางทั้งขาเข้าและออก สามารถใช้งานได้ทั้ง 16 สถานี แม้ในส่วนที่คร่อมแยกทั้งสถานีบางพลู นนทบุรี1 และบางซ่อนนั้นอาจทำให้ผู้ฟ้องเดินทางไม่สะดวก แต่ไม่ถึงกับทำให้ผู้ฟ้องใช้งานไม่ได้ ถึงจะไม่ได้อยู่ในจุดเดียวกับที่คนทั่วไปใช้ แต่ผู้ฟ้องยังสามารถเดินทางไปยังจุดที่ติดตั้งลิฟต์เพื่อไปยังสถานีเดียวกันได้ จึงถือว่ามีสิ่งอำนวยความสะดวกเพียงพอตามมาตรา 59 ของ พ.ร.บ.รถไฟฟ้า พ.ศ.2543, กฏกระทรวงว่าด้วยสิ่งอำนวยความสะดวก และไม่เลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมตามมาตรา 15 และ 20 (4) ตาม พ.ร.บ.คนพิการ
 
สำหรับข้ออ้างที่ผู้ฟ้องระบุว่า ป้ายและสัญลักษณ์แสดงสิ่งอำนวยความสะดวกนั้นเล็กเพียง 4x4.5 นิ้ว และเห็นไม่ชัดเจน ตามที่กฏกระทรวงมาตรา 14 วรรค1(14) กำหนดให้ป้ายต้องเห็นชัดเจน มองเห็นง่าย ศาลปกครองสูงสุดเห็นว่า ข้ออ้างนี้ไม่อาจรับฟังได้
 
สำหรับข้ออ้างที่ผู้ฟ้องระบุว่า บนสถานีไม่มีโทรศัพท์สาธารณะสำหรับคนพิการทางการเห็น ศาลปกครองสูงสุดเห็นว่า ข้ออ้างนี้ไม่อาจรับฟังว่าเป็นการละเลยได้
 
สำหรับข้ออ้างที่ผู้ฟ้องระบุว่า บนสถานีไม่มีแผนที่การเดินทางที่คนตาบอดเข้าถึงได้นั้นอยู่ในวิสัยที่ผู้ถูกฟ้องสามารถติดตั้งได้ การไม่ทำแผนที่จึงเป็นการไม่ปฏิบัติตามกฏกระทรวงมาตรา 14 วรรค 1 การอุทธรณ์นี้จึงถือว่ารับฟังได้
 
สำหรับข้ออ้างที่ผู้ฟ้องระบุว่ากระบวนการตรวจสอบความพิการเป็นการก้าวล่วงสิทธิคนพิการ เนื่องจากมีหลายขั้นตอน และมีการปฏิบัติแตกต่างจากประชาชนทั่วไปนั้น ศาลปกครองสูงสุดเห็นว่า แม้ไม่มีกฏหมายให้ผู้ถูกฟ้องตรวจสอบ แต่การตรวจสอบด้วยการสอบถาม เป็นเพียงการบันทึกข้อมูล และป้องกันการสวมสิทธิ แม้ส่งผลให้เกิดความล้าช้า แต่ยังทำให้คนพิการเข้าถึง การกระทำดังกล่าวจึงถือว่าเป็นการอำนวยให้คนพิการได้ใช้งานอย่างเป็นธรรมแล้ว
 
สำหรับค่าชดเชยสินไหม ศาลปกครองสูงสุดเห็นว่า แม้ว่าศาลปกครองสูงสุดจะวินิจฉัยเรื่องการทำแผนที่เดินทางสำหรับคนตาบอดว่าละเลย แต่ไม่ได้เป็นผลโดยตรงที่ทำให้ผู้ฟ้องต้องแบกรับค่าใช้จ่ายในการเดินทาง และผู้ฟ้องมีทางเลือก มีดุลพินิจและเสรีภาพในการเดินทาง จึงถือว่าไม่ได้ละเมิดและไม่ต้องชดใช้
 
ศาลปกครองสูงสุดจึงพิพากษา เห็นพ้องกับศาลชั้นต้นบางส่วน และแก้คำพิพากษา ให้ผู้ถูกฟ้องจัดทำแผนที่สำหรับคนตาบอดให้ครบทั้ง 16 สถานี ตั้งแต่สถานีเตาปูน - บางใหญ่ ทั้งนี้ให้เป็นไปตาม พ.ร.บ.การจัดสิ่งอำนวยความสะดวก โดยมีระยะเวลา 120 วัน นับแต่มีคำพิพากษา