ตามดูชีวิต ‘จ๊ะจ๋า’ เมื่อความพิการไม่ได้เป็นอุปสรรคในการติ่ง

อยากให้ทุกคนนึกย้อนไป ตอนที่พวกคุณอายุ 23 พวกคุณอาจจะกำลังเรียน เพิ่งเรียนจบทำงานแล้ว กำลังวางแผนเที่ยวรอบโลกหรือการแต่งงาน เช่นเดียวกับจ๊ะจ๋า-จิณจุฑา จุ่นวาที สาววัย 23 บัณฑิตจากสาขาการตลาด มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี ซึ่งกำลังวุ่นวายกับการเรียนจบและภาระรับผิดชอบแบบคนที่กำลังจะก้าวเป็นผู้ใหญ่

จ๊ะจ๋า จิณจุฑา เป็นแฟนคลับวงก็อตเซเว่น

เรื่องเรียนจบน่าจะเป็นเรื่องแสนธรรมดา หากแต่ว่าจิณจุฑา ป่วยเป็นโรคกระดูกเปราะทำให้เธอต้องนั่งวีลแชร์ตลอด การเรียนของเธอจึงต้องใช้ความพยายามมากกว่าคนอื่นๆ เสียหน่อย ช่วงที่ผ่านมาเธอต้องเข้าออกโรงพยาบาลเพื่อผ่าตัดประคับประคองอาการกระดูกเปราะกว่า 34 ครั้ง และต้องนอนนิ่งๆ เป็นระยะเวลากว่า 1 ปีเต็ม โดยมีขนิษฐา เมือบศรี แม่บุญธรรมคอยดูแล

เมื่อเธอมีเวลาว่าง นอกจากอ่านหนังสือทบทวนบทเรียนแล้ว จิณจุฑายังเป็นแฟนคลับตัวยงของนักร้องและซีรีย์เกาหลี (รวมทั้งแม่ของเธอก็เป็นแฟนคลับด้วยนะ) ในทวิตเตอร์ของเธอเองก็เขียนบรรยายตัวเองไว้ว่า ‘ผู้จงรักภักดีต่อพัคจินยอง พัคโบกอม’ ชีวิตที่ก้าวเข้าสู่วัยทำงานของเธอ จึงไม่ได้มีแค่ความทรงจำเรื่องเรียน แต่ถูกคละเคล้าไปด้วยกลุ่มแฟนคลับและไอดอลที่เธอชื่นชอบ

จุดเริ่มต้นของการติ่งคืออะไร

เริ่มมาจากชอบกอล์ฟไมค์เพราะเขาเป็นไอดอลของเราสมัยเด็กๆ เราตามเขาตั้งแต่สมัยออกอัลบั้มแรก แต่ตอนนั้นยังไม่ถึงกับตามไปงานต่างๆ แต่ที่เริ่มติดตามหนักเลยคือเซน เดอะสตาร์ 6 อันนี้เราตามไปงานเลย เวลาจะไปก็จะดูตารางงานในเว็บไซต์ที่แฟนคลับเอามาลง หลังจากตามสักพักเราก็หายไป ไม่ได้ตามเพราะว่าเรียนหนักมาก จนเรียนปี 3 ก็เริ่มตามอีกและเริ่มดูซีรีย์เกาหลี ก็เจอพัคโบกอมก็เลยตาม พอมีงานมีตติงก็ตามไป

ช่วงที่หนักอีกตอนเสียเงินเยอะๆ เพราะตาม GOT7 เพราะมีการออกของให้แฟนสะสมบ่อยมาก และก็มาไทยบ่อยมาก (หัวเราะ) เวลาที่เราจะไปงานก็คือจะกดบัตรอะไรเหมือนคนอื่นทุกอย่างเลย

ทำไมถึงชอบศิลปินเหล่านี้

จุดที่เริ่มชอบคือ ตอนเด็กๆ เรามองเขาว่าเก่ง เขาหล่อ แต่พอเวลาผ่านไปช่วงอายุนึงเราโตขึ้นเราก็จะมองเขาอีกแบบนึง มองว่าเขาเก่งอะไร เขามีความสามารถในด้านไหน เขาสื่อสารกับแฟนคลับแบบไหน เวลาที่จะเลือกชอบใครเราก็จะมองแบบนั้นมากกว่า ส่วนตัวชอบพี่ไมค์ ได้เจอครั้งแรกคือตอนไปออกรายการตีสิบ เทปนั้นเขาให้เด็กพิการไปร่วมเวที ตัวเราเองได้ขึ้นไปบนเวทีพร้อมๆ กับที่กอล์ฟไมค์มาพอดี ซึ่งนั่นเป็นครั้งแรกเลยที่เจอกัน หลังจากนั้นก็หายไปแล้วก็มาตามอีกทีตอน ม.4 ในมุมมองที่มองพี่ไมค์ตอนเด็กกับตอนที่โตมันต่างกัน ตอนเด็กเราชอบเพราะเขาหล่อ เขาร้องเพลง แต่พอโตมาเราชอบที่เขาเหมือนพี่ชายคนนึง เคยมีครั้งนึงที่ได้คุยตอบโต้กับพี่ไมค์ในทวิตเตอร์ หลังจากนั้นก็เกิดประเด็นที่คนอื่นมองว่าพี่ไมค์เลือกปฏิบัติ ตอบแค่ทวิตเตอร์เราเพราะกลัวเรทติ้งตก ซึ่งคนที่มาว่าส่วนใหญ่แล้วก็ไม่ใช่แฟนคลับ เพราะถ้าเป็นแฟนคลับด้วยกันก็จะรู้กันดีว่าเป็นมายังไง

ชอบผู้ชายสไตล์ไหน

เหมือนกับจินยอง GOT7 และพัคโบกอม สองคนนี้คล้ายๆ กันตรงที่บุคลิกความคิดความอ่านของเขาไม่ได้เหมือนศิลปินแต่เหมือนนักเขียนมากกว่า เราชอบผู้ชายที่ดูเหมือนเข้าหาได้ยาก มีความสุขุม เหมือนกับเวลาอยู่ต่อหน้าแฟนคลับเขาก็เป็นแบบนี้ ลับหลังก็เป็นแบบนี้

ตอนนี้ติ่งใครอยู่

ตอนนี้ดาราที่ตามตลอดคือ จินยอง GOT7 ส่วนโบกอมก็นานๆ จะมาหาสักที ดาราไทยก็มีพี่ไมค์ พิรัชต์กับพี่เซนเดอะสตาร์

ไปคอนเสิร์ตมาเป็นยังไงบ้าง

ตอนที่ไปคอนเสิร์ตเราก็กดบัตรไปเหมือนแฟนๆ คนอื่นปกติ ไม่ได้มีการขอใช้สิทธิคนพิการอะไรเลย บัตรส่วนมากที่กดได้ก็ให้เพื่อนๆ ช่วยกดด้วยเพราะกลัวไม่ได้บัตร (หัวเราะ) บางงานเวลากดบัตรเราก็บอกแม่ว่า ได้มาฟรี ทั้งๆ ที่เรานี่แหละซื้อ ไม่กล้าบอกเพราะเกรงใจแม่ แต่ถ้าเป็นวง GOT7 จะบอกรายละเอียดหมดว่าอะไรเท่าไหร่ เพราะแม่ก็ชอบเจบี (แจบอม GOT7) ด้วยเหมือนกัน ถ้าวงที่ชอบรองๆ ลงมาก็จะบอกไม่หมด ล่าสุดคือไปคอนเสิร์ตวง BTOB เราก็บอกแม่ไปว่า บัตรครึ่งราคาหารกับเพื่อน พอไปก็มีแม่ไปด้วย แล้วก็มีเพื่อนไปด้วย

จ๊ะจ๋า จิณจุฑา ชอบวงก็อตเซเว่นโดยเฉพาะจินยองมาก และชอบพัคโบกอมนักแสดงสุดหล่อมาก

ไปคอนเสิร์ตไหนประทับใจมากที่สุด

งานที่ประทับใจที่สุด ถ้างานของเกาหลี เราชอบงานของพัคโบกอม ทีมงานและผู้จัดดีมาก ถึงเราจะไม่ได้ใช้สิทธิคนพิการแต่คอนเสิร์ตควรที่จะมีที่สำหรับคนพิการ เช่น คอนเสิร์ตของซุปเปอร์จูเนียร์ที่ข้างในจะมีที่นั่งสำหรับคนพิการ เพื่อให้คนพิการมองเห็นชัดและไม่ไปนั่งรวมกับคนอื่นๆ จนอาจเกิดอันตราย ทุกครั้งเวลาที่เราจะไปคอนเสิร์ตเราจะโทรไปถามก่อนเสมอว่ามีที่สำหรับคนพิการไหม ถ้าไม่มีจะทำยังไง สตาฟบางงานก็เข้าใจและบอกว่าเวลาไปจะเตรียมที่ให้

เวลาที่เรากดบัตรเราก็จะเลือกที่ริมๆ อยู่แล้ว เพราะจะได้สะดวกทั้งเราและคนอื่นที่ไปดูด้วย

มีอุปสรรคอะไรในการติ่งบ้าง ความพิการทำให้เป็นอุปสรรคในการติ่งหรือเปล่า

อุปสรรคในการไปติ่งคือ การเข้าไปยังที่นั่งของตัวเองในคอนเสิร์ต บางครั้งก็ได้บัตรที่นั่งไม่ดี เราไม่สามารถเข้าไปได้ อย่างตอนนั้นบัตร 5,800 บาท แถวที่เรานั่งอยู่เกือบหน้าสุดแต่เขากลับจะให้เราไปนั่งหลังสุด เพราะบอกว่าเอาเก้าอี้ออกไม่ได้ ทั้งๆที่ เราก็แจ้งไปแล้วว่าเป็นคนพิการ และเราได้ที่นั่งตรงนี้

เข้าไปใกล้เวทีที่สุดขนาดไหน

งานที่เข้าไปใกล้ที่สุดก็คืองานพัคโบกอม ได้คุยกับเขาด้วย ซึ่งพอลงจากเวทีเราน้ำตาไหลเลย เพราะเขาไม่ได้มาบ่อยๆ แล้วเขาก็ไม่ใช่ไอดอลร้องเพลงมาคอนเสิร์ต แต่เป็นนักแสดงซึ่งนานๆ จะมาสักที

อะไรคือสิ่งที่อยากให้ผู้จัดงานซัพพอร์ทแฟนคลับที่เป็นคนพิการ

อยากให้ผู้จัดดูแลแฟนคลับที่เป็นคนพิการในเรื่องของเก้าอี้ที่นั่ง อยากให้ทุกที่นั่งไม่ว่าเขาจะซื้อบัตรราคาเท่าไหร่ก็ขอให้มีที่นั่งสำหรับคนพิการให้ด้วย

คิดว่าระหว่างติ่งที่เป็นคนพิการกับคนไม่พิการ แตกต่างกันไหม

ระหว่างแฟนคลับที่เป็นคนพิการกับคนไม่พิการ ตัวเราเองมองว่าไม่ได้แตกต่างอะไรกัน เพราะเราก็รอเหมือนแฟนคนอื่นๆ ไม่ได้ใช้อภิสิทธิ์อะไร เราไปงานพวกนี้ก็จะต้องเซฟตัวเองด้วย มีเพื่อนหรือแม่ไป อย่างเวลาที่เราไปก็จะบอกกับพี่แฟนคลับคนอื่นเอาไว้ก่อนด้วยว่าจะไปนะ ซึ่งทุกอย่างมันก็ตามเวลาไม่มีการยื้อหรือดึงเอาไว้เลย

เคยเจอคนดูถูกว่าพิการแล้วจะมาติ่ง หรือว่าใช้ความน่าสงสารเพื่อมาหาดาราบ้างไหม

ไปตามงานก็ยังไม่เคยเจอใครมาว่าอะไรเรานะ หรืออาจจะมีแต่ไม่พูดก็ได้ มีครั้งนึงคือกรณีน้องที่ใช้สิทธิคนพิการแล้วเข้าไปตามงานทำให้เราโดนเหมารวมไปด้วย เพราะบางคนเขาไม่รู้คิดว่าเราเป็นน้องคนนั้น ซึ่งเราก็ทำตัวปกติ ไปเข้าแถวรอแลกบัตรเหมือนคนอื่นๆ คนอื่นจะมองยังไงก็แล้วแต่เขาไป เราก็ทำให้เห็นว่าเราไม่ได้ใช้สิทธิพิเศษเหนือคนอื่น

แต่อย่างกรณีน้องที่ใช้สิทธิคนพิการแบบผิดๆ แล้วโดนคนอื่นว่า หลายครั้งคำที่คนว่าว่าเราก็คิดว่าเกินไป เช่น มีคนบอกว่า ป่วยแล้วทำไมไม่อยู่บ้าน ซึ่งเราคิดว่า คนพิการไม่จำเป็นต้องอยู่บ้านตลอด ก็เราพอใจที่จะออกมาใช้ชีวิตก็จะออก บางครั้งเรื่องมารยาททางสังคมก็คนละเรื่องกับร่างกาย การที่เขาทำแบบนี้ก็ทำให้แฟนคลับคนพิการคนอื่นๆ โดนเหมารวมไปด้วย

การหาความสุขไม่จำเป็นต้องไปไหนไกลบางคนบอกว่าเราใช้ชีวิตไม่คุ้มแล้วอะไรคือการใช้ชีวิตคุ้ม ชีวิตคนเรามันต่างกัน

หลังจากติ่งส่งผลให้การดำเนินชีวิตเปลี่ยนไปยังไง

ถ้าเปลี่ยนจริงๆ คือช่วงที่เรียนปี 3 แล้วต้องผ่าตัดนอนบนเตียง 1 ปีเต็มๆ ไม่ได้ไปเรียนแค่อ่านหนังสืออยู่บ้าน ทำให้เบื่อๆ เลยหาอะไรดู จนทำให้รู้ว่า การแสวงหาความสุขไม่จำเป็นต้องไปไหนไกล มันอยู่ที่ความรู้สึกตัวเอง ถ้าเราเบื่อๆ ไม่มีความสุขก็แค่ไปหาอะไรทำ บางคนบอกว่า เราใช้ชีวิตไม่คุ้ม แล้วอะไรคือการใช้ชีวิตให้คุ้มล่ะ ชีวิตคนเรามันต่างกัน

ถ้าโลกนี้ไม่มีโอปป้า คิดว่าชีวิตของตัวเองตอนนี้จะเป็นอย่างไร

ถ้าไม่ได้ติ่งก็คงเรียนอย่างเดียว แต่ถึงแม้จะไปติ่งก็ไม่ได้ทุ่มเวลาให้กับการไปติ่งทั้งหมด ชีวิตคนเราก็ยังมีอะไรให้ทำมากกว่านี้อีกเยอะ

#จินยองอ่าน ในทวิตเตอร์เป็นแท็กแนะนำหนังสือที่จินยองGOT7 อ่าน และแฟนๆก็อ่านตามมีหนังสือที่น่าติดตามเยอะเลยนะ

 

ThisAble.me Logo