Unlovable Story: ที่ผ่านมามันคือความรักหรือเปล่า

“เลิกกันเถอะ ที่ผ่านมาเราคบกับเธอ เราไม่ได้รักเธอ เราแค่สงสาร”

“เราเข้ากับคนง่าย คุยกับใครก็ได้ รักสนุก ชอบเที่ยว ชอบคุยกับคนอื่น แต่คนอื่นชอบมองว่าเราหยิ่งเพราะเป็นคนหน้าหยิ่ง ไม่ต้องพูดอะไรหน้าก็เหวี่ยงแล้วทั้งที่ไม่ได้เหวี่ยง

ความรักในมุมมองของเราคือคนที่อยู่ด้วยกันแล้วเป็นตัวของตัวเอง ไม่ต้องคีพลุค ถ้าเป็นแบบนี้เราจะอยู่กันราบรื่นมากกว่า

ที่ผ่านมามีหลายคนที่ใช่แต่ก็ไม่สุด คนที่เราจริงจัง ทำให้ความรักครั้งนั้นเป็นความสุข แต่ก็ปวดร้าวเพราะสุดท้ายไม่สวยแบบที่เราวาดฝันไว้ น่าแปลกที่แฟนทุกคนของเรา ไม่ได้เปิดเผยให้คนอื่นรู้ว่าเราคบกัน

------

แม้คนส่วนมากจะจดจำรักครั้งแรกแต่เรากลับจำรักครั้งสุดท้ายในช่วงนั้น เราอยู่ด้วยกันตลอด ทำอะไรก็ทำด้วยกัน พ่อแม่ของเรารู้ว่าคบกัน ท่านก็สบายใจว่าเราจะมีคนดูแล เขาเป็นเพื่อนคู่คิดที่ไม่ได้เป็นแค่คนรักเพียงอย่างเดียวแต่เป็นทุกอย่าง แม้พ่อแม่เขาจะไม่รู้ว่าเราคบกัน และเราเองก็ไม่รู้สึกอะไรในช่วงแรกเพราะคิดว่า อาจจะยังไม่ถึงเวลา เราก็ไม่ได้เร่งรัด แต่ก็มีกระซิบว่าทำไมไม่พาเราไปบ้านบ้าง เขาก็บอกว่ายังไม่พร้อม ที่บ้านยังไม่สะดวก แต่พอเลิกกับเรา เขาก็พาแฟนใหม่เข้าบ้าน เราเองก็เริ่มรู้สึกว่า ตอนคบกับเราคืออะไรวะ หรือเขายังไม่รู้สึกว่าเราใช่ก็เลยไม่พาเราไปเจอที่บ้าน

ช่วงที่คบกันเขาไม่เคยทำให้เราเจ็บปวดเลย จนกระทั่งตอนเลิกกันเขาพูดขึ้นมาว่า

“เลิกกันเถอะ ที่ผ่านมาเราคบกับเธอ เราไม่ได้รักเธอ เราแค่สงสาร”

ตอนนั้นรู้สึกแย่ที่สุด สติแตก ตีเขาแล้วถามว่าทำไมทำแบบนี้ ทำไมพูดแบบนี้ เขาไม่ตอบเอาแต่นั่งก้มหน้า หลังจากวันนั้นทุกอย่างแย่มาก เรากินไม่ได้ นอนไม่หลับ เรียนอยู่ก็ร้องไห้ เป็นช่วงเวลาที่กระทบกระเทือนจิตใจที่สุด ทุกวันนี้เราก็ยังไม่รู้ว่า เขาหลุดปากพูดหรือตั้งใจพูดแบบนั้น ถึงแม้ตอนนี้เราไม่อยากรู้แล้ว แต่ถ้าต้องเล่าเรื่องนี้ใหม่ ก็ยังเป็นแผลในใจของเราอยู่ดี คำพูดและความรู้สึกนั้นยังอยู่ พูดแล้วก็สะเทือนใจตลอดเวลาเพราะสิ่งที่เค้าทำให้เรามันมากกว่าความรัก แต่คือความห่วงใย เราเลยเสียใจที่รู้สึกว่าทุกอย่างนั้นมันปลอม ไม่รู้ว่าสิ่งที่เขาทำทั้งหมดจริงแค่ไหน จำเป็นต้องทำในฐานะแฟนหรือเปล่า

เราจมอยู่เกือบครึ่งปี หนักสุดช่วง 3-4 เดือนแรก กินไม่ได้ กินไม่ลง นั่งกินก็ไม่มีความสุข เหมือนเป็นโรคซึมเศร้า เพื่อนหัวเราะกันเราก็นั่งร้องไห้ อยู่คนเดียวแล้วหดหู่ วันที่คิดได้ว่าเราไม่ควรทำแบบนี้อีกแล้วคือตอนเข้าโรงพยาบาล แม่มาหาน้ำตาคลอพูดว่า

“ไม่เอาแล้วนะ ไม่เอาแบบนี้แล้วนะ”

ทำไมเราทำให้คนที่รักเราเสียใจ เราทำแบบนี้ไม่ได้แล้ว ถ้าบอกตัวเองในวันนั้นได้ก็จะบอกว่าไม่ต้องเสียใจ เขาจะพูดยังไงก็เรื่องของเขา อย่าคาดหวังมากก็จะไม่เสียใจและไม่เสียเวลาด้วย

------

พอผ่านช่วงนั้นมาได้ เราทำทุกอย่างทั้งเล่นทินเดอร์ เว็บหาคู่ บอกตัวเองว่านี่คือชีวิตเรา คนอื่นชอบมองว่าพิการแล้วทำไมเข้าร้านเหล้า หรือปัดทินเดอร์ ก็คงต้องบอกว่า ถ้าเป็นผู้หญิงสวยแล้วนั่งเฉย ๆ ก็หาแฟนยาก นี่มันปี 2018 แล้ว มัวแต่รอก็ขึ้นคานพอดี แม้เราจะเล่นเยอะแต่เราก็โดนเทบ่อย คุยแล้วไปต่อไม่ได้ ทั้งเขาหยุดและเราหยุดเอง ทุกครั้งที่เราจะจริงจังกับใคร ความรู้สึกเดิมยังคงอยู่ข้างใน เราไม่อยากเสียใจแบบนั้นอีกแล้ว เรายังไม่พร้อมจะเจอกับเหตุการณ์แบบนั้นอีก

มีคนพูดว่า พิการแล้วเป็นอุปสรรคของความรัก ตอนแรกยอมรับว่ากังวลว่าเราพิการแล้วเขาจะคุยกับเรามั้ย พอคิดอีกที เราโกหกแล้วได้อะไร คนไหนเราอยากคุยต่อเราก็จะบอกว่าเรานั่งวีลแชร์ บางคนก็รับได้ บางคนก็หายไป สำหรับคนที่ถ้าเรื่องแค่นี้ทำให้เขาหายไป เราก็ยอมรับในการตัดสินใจของเขา แม้เราคิดว่าความพิการไม่ใช่อุปสรรค แต่คนชอบบอกว่ามันเป็นอุปสรรค เพราะมองว่า คนพิการทำอันนี้ อันนั้น อันโน้นไม่ได้ ไปไหนยาก อยู่ด้วยลำบาก ทั้ง ๆ ที่ยังไม่ทันได้รู้จัก ปิดกั้นเราด้วยความคิดของเขาเอง หรือบอกว่าทำไมเป็นแบบนี้ยังสนใจเรื่องรักอีก ทำไมไม่ทำชีวิตตัวเองให้ดี ทำไมอยากมีแฟน ไม่เจียมตัวเหรอ เราก็จะบอกว่า เราก็เป็นคนเหมือนกัน อยากมีความรักเป็นเรื่องแปลกตรงไหน”

ThisAble.me Logo