รู้จักคนพิการครั้งแรก | หลากบทเรียน ที่ฉันรู้จากผู้อื่น

2018-02-23 16:39

ครั้งแรกที่คุณเคยคุยกับคนพิการคือที่ไหน ริมถนน บนฟุตปาธ ที่งานกาชาด หรือแผงหวย แล้วอะไรทำให้คุณได้มีโอกาสรู้จักพวกเขา เพราะเป็นคนรู้จัก เป็นญาติ เป็นเพื่อนบ้าน หรือคุณอยากรู้จักเพราะรู้สึกสงสาร พวกคุณคุยกันเรื่องอะไร ชีวิต การเมือง ท่องเที่ยว หรือเวรกรรม ผมไม่มั่นใจนักว่าแต่ละคนจะชวนอีกฝ่ายคุยยังไง แต่ที่มั่นใจคือคงมีอีกหลายคนที่ยังไม่เคยคุยหรือรู้จักคนพิการมาก่อนแน่ๆ

 

     

ผมอยากเล่าประสบการณ์ของตัวเองตอนที่รู้จักคนพิการครั้งแรก นั่นคือตอนที่ผมได้ไปค่ายเขียนข่าวคนพิการ  พ่วงด้วยประเด็นสิทธิมนุษยชน ผมตัดสินใจสมัครค่ายนี้ไป เพราะคาดหวังจะเรียนรู้กระบวนการเขียนข่าวโดยเฉพาะ

วันแรกที่ไปถึงค่าย ผมเปิดประตูห้องเข้าไปแล้วแล้วเจอคนพิการนั่งกันอยู่เกือบครึ่งห้อง ที่เห็นชัดเจนคือหลายคนนั่งวีลแชร์ บางคนก็รู้ตอนแนะนำตัวว่าได้ยินไม่ชัด บางคนก็มองเห็นเลือนลาง แต่ละคนมีข้อจำกัดของตนเอง ชีวิตของผมไม่เคยต้องเจอคนพิการจำนวนมากขนาดนี้มาก่อน เจอบ่อยที่สุดก็คงเป็นคนขายหวย ตอนนั้นคิดในใจว่า ถ้ารู้ว่ามีคนพิการเยอะขนาดนี้อาจจะไม่สมัคร ไม่ใช่เพราะความรังเกียจ แต่ผมทำตัวไม่ถูกมากกว่าที่จะต้องมารู้จักคนพิการ ผมไม่รู้ว่าจะต้องวางตัวแบบไหนถึงจะเหมาะสม ความรู้สึกว่าตัวเอง “ปกติ” เหนือคนอื่นทำงานโดยอัตโนมัติ ไหนๆ ก็มาแล้วน่าจะได้มีโอกาสเป็น “คนดี” ลองดูแลคนพิการสักตั้ง  ผมถึงกับคอยมองประตู หากคนพิการจะเข้า-ออกก็ลุกไปเปิดปิดให้ตลอด เรียกว่ามีน้ำใจมากจนผิดปกติก็ว่าได้  ตอนเย็นพวกเราต้องออกไปกินข้าวที่ร้านอาหารนอกสถานที่ พี่เลี้ยงค่ายคนหนึ่งบอกผมว่า ให้ติดรถพี่คนนั้นออกไปกินข้าว พี่ผู้ชายคนนั้นเป็นคนพิการนั่งวีลแชร์ หัวผมเกิดคำถามขึ้นทันทีว่า

       เอ้า กูจะไปยังไงเนี่ย ?

       เดินไม่ได้แล้วเขาขับรถได้ไง ?

       หรือเราต้องไปขับรถให้พี่เขาหรือเปล่า ? “(ซึ่งก็ขับไม่เป็นเหมือนกัน)

ยืนกังวลได้ไม่นาน คำตอบทั้งหมดถูกเฉลย เราเดินงงๆ ตามพี่คนพิการคนนั้นไปที่ลานจอดรถ แกเทียบตัวเองกับประตูฝั่งคนขับ จัดเบาะและท่านั่ง และดึงตัวเองขึ้นรถทีละนิด แป๊ปเดียวแกก็เข้าไปในรถ จัดท่านั่งและเริ่มถอดล้อ พับวีลแชร์เก็บเข้าไปในรถ ทั้งหมดเกิดขึ้นภายในไม่กี่นาที ผมงงอยู่แป๊ปหนึ่ง แต่นี่เป็นฉากที่ทำให้แนวคิดของผมต่อคนพิการเปลี่ยนไปตลอดกาล จากที่เคยคิดว่าคนพิการน่าจะทำอะไรไม่ได้ ก็ได้รู้และเข้าใจว่า ล้วนคิดและตัดสินไปเองทั้งนั้น

ผมรู้สึกว่าตัวเองเป็นคนหนึ่งที่แคร์คนพิการมากๆ  ยังรู้สึกว่า คนพิการคือคนที่ต้องการความช่วยเหลืออยู่ตลอดเวลาแม้ไม่รู้สึกว่าการช่วยเหลือคนพิการจะเป็นเรื่องที่ผิดหรือเสียหายอะไรตรงไคนที่ต้องการความช่วยเหลือแล้วมีคนช่วยจะผิดอย่างไร โดยไม่ทันได้ฉุกคิดว่า ยังมีคนพิการหลายๆ คนที่ไม่ได้ต้องการความช่วยเหลือตลอด   แต่เรากลับเป็นฝ่ายคิดแทนซะด้วยซ้ำ ข้ามความรู้สึกคนอื่นไปแบบดื้อๆ

----------

ตลอดสามวันในค่ายเขียนข่าวคนพิการ นอกจากการเรียนรู้เรื่องข่าวอย่างที่ตั้งใจแล้ว สิ่งหนึ่งที่รู้สึกว่าได้รับเพิ่มมา คือ การได้รู้จักคนพิการมากขึ้น เราเคยมีภาพของคนพิการที่เป็นบุคคลน่าสงสาร ชีวิตรันทด อยู่แบบหดหู่ แม้ความเชื่อเดิมจะยังไม่ได้หายไปเลยซะทีเดียว แต่ ภาพของคนพิการแบบใหม่ก็เริ่มเข้ามาแทนที่ และค่อยๆ ชัดเจนขึ้น ภาพของคนพิการที่ชวนคุยเรื่องการเมือง และสังคม คนพิการที่ชวนเราไปเที่ยว ไปดูหนัง ไปคุยงาน คนพิการที่เรากวนตีนได้ หยอกได้ ถามได้ ก็ชัดใสขึ้น คนพิการที่ล้วนแล้ว กิน ขี้ ปี้ นอน เหมือนเรา ไม่ได้แปลก หรือแตกต่างอะไรเลย

ไม่น่าเชื่อว่าหลังจากจบค่าย ประเด็นคนพิการกลายเป็นส่วนหนึ่งในชีวิต  กลายเป็นงานเขียนส่งอาจารย์ ส่งค่ายอบรม หรือแม้กระทั่งกลายเป็นหัวข้อวิจัยก็ทำมาแล้ว คนพิการกลายเป็นเนื้อหาที่เราเอามาเล่นได้มากขึ้น จากวันนั้นที่ไม่รู้จักคนพิการ วันนี้ผมได้มาทำงานที่ Thisable.me เว็บไซต์ข่าวคนพิการ และยังคงวนเวียนในประเด็นคนพิการเหมือนเดิม แต่เพิ่มเติมคือสนุกมากขึ้น    

งานล่าสุดที่ทำคือการสัมภาษณ์คน แต่ผมกลับไม่ได้คุยกับคนพิการเหมือนเคย วันนี้ผมคุยกับแฟนคนพิการ ผมอยากรู้ว่ารักของพวกเขาเป็นอย่างไร วางอนาคตด้วยกันแบบไหน วันนี้บทสนทนาของผม นั้นห่างจากคำว่า พิการเพราะอะไร มากขึ้น ไม่ใช่เพราะเบื่อเรื่องคนพิการ แต่คำถามของผมนั้้นกำลังแผ่กว้างขึ้น มันกำลังถูกเชื่อมโยงไปสู่คนอื่นที่ไม่ใช่แค่คนพิการ ไปสู่คนอื่น ที่เดินบนถนนเส้นเดียวกันกับที่คนพิการเดิน ทั้ง เจ้าของผับที่สร้างสถานที่อำนวยให้คนพิการ หรือแม้กระทั่งศาสนา ว่า มองคนพิการอยู่ตรงไหน แม้ตอนนี้คนพิการจะไม่ใช่ตัวละครหลัก แต่ก็เป็นส่วนหนึ่งของสังคม ทุกคนเชื่อมโยงกัน อยู่ที่คุณจะมองเห็นหรือไม่

ถ้าคุณไม่เคยมีคนรู้จักเป็นคนพิการมาก่อน ผมอยากให้คุณมองความเชื่อมโยงเหล่านี้ให้มากขึ้น ลองสังเกตรอบตัว คุณอาจจะเจอเขาหรือเธอในฐานะเพื่อนร่วมงาน คนข้างบ้าน เพื่อนร่วมคณะหรือมหาวิทยาลัย ลองใช้โอกาสนี้สร้างบทสนทนาง่ายๆ ทำความรู้จักเขาเหมือนที่คุณทำความรู้จักเพื่อนคนอื่น ลองถามความต้องการหรือความช่วยเหลือก่อนจะคิดเอง  คุณอาจจะได้พบเจออะไรที่เปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับคนพิการอย่างสิ้นเชิง

อ้อ และเมื่อคุณได้คุยแล้วก็อย่าลืมมาเล่าให้ฟังกันบ้างนะครับ :)

----------