นักเต้นตาบอดกับคู่หูสี่ขา: ประสบการณ์เดินทางใหม่จากไม้เท้าขาวเป็นสุนัขนำทาง

นักเต้นหญิงตาบอดหนึ่งในผู้เข้าแข่งขันรายการโทรทัศน์ชื่อดังของฝรั่งเศส เปลี่ยนวิถีชีวิตจากใช้อุปกรณ์คู่กายอย่างไม้เท้าขาวมาเป็นสุนัขนำทาง ซี่งเปิดประสบการณ์ใหม่เกี่ยวกับการเดินทางให้แก่เธอ

ฟาเบียน โอสต็อง นักเต้นหญิงมืออาชีพชาวฝรั่งเศสวัย 44 ปี ได้ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวเอเอฟพีเกี่ยวกับชีวิตที่อยู่ร่วมกับโรคอาร์พีหรือโรคจอตาเสื่อม (Retinitis Pigmentosa : RP) หลังยืดเยื้อมาหลายปี ในที่สุดเธอก็สูญเสียการมองเห็นโดยสิ้นเชิง

หลังตาบอด เธอเป็นหนึ่งในผู้สนับสนุนงานสัปดาห์สุนัขนำทางคนตาบอดแห่งชาติในประเทศฝรั่งเศส ซึ่งจัดขึ้นเป็นครั้งที่ 6 ระหว่างวันที่ 17-24 กันยายนที่ผ่านมา โดยสมาพันธ์สมาคมสุนัขนำทางคนตาบอดแห่งประเทศฝรั่งเศส (la Fédération française des associations de chiens guides d'aveugles: FFAC) นอกจากนี้ ฟาเบียนยังเป็นหนึ่งในผู้เข้าแข่งขันปีนี้ของรายการโทรทัศน์ชื่อดังอย่าง La France a un incroyable talent รายการประกวดความสามารถ ซึ่งแยกย่อยมาจากรายการแม่อย่าง Britain’s Got Talent และกลายเป็นที่รู้จักจากการแสดงความสามารถในรายการ บวกกับการพยายามช่วยเหลือผู้ที่มีความบกพร่องทางการมองเห็นคนอื่นๆ


ภาพ นลัทพร ไกรฤกษ์

ทำความรู้จักความพิการของนักเต้น

ฟาเบียนเป็นที่จับตามองจากรายการโทรทัศน์หลายช่องของประเทศฝรั่งเศส ด้วยลุคสาวผมดำ หุ่นเพรียวบางที่เป็นนักเต้นตั้งแต่อายุ 17 ปี ในช่วงแรก เธอเต้นให้กับโชว์หรือคอนเสิร์ตต่างๆ แม้ว่าทุกอย่างจะยังดูราบรื่นแต่โรคจอตาเสื่อมก็เริ่มส่งผลต่อชีวิตของเธอบ้างแล้ว ฟาเบียนเล่าว่า ต้องใช้เวลาอยู่พักหนึ่งกว่าที่เธอจะเริ่มรู้ตัวว่า ตนเองเริ่มสายตาสั้นลง

“ตอนนั้นฉันยังเป็นวัยรุ่นที่ใช้ชีวิตเหมือนอยู่ในฟองอากาศ ฉันคิดว่าทุกคนก็มองเห็นอย่างที่ฉันเห็น คือมันไม่ได้มีปัญหามากมายอะไรกันทั้งสองฝ่าย” ฟาเบียนกล่าวขณะสุนัขนำทางตัวโปรดกำลังคลอเคลียอยู่ที่ชายกระโปรงสีทอง ทำท่าทางกึ่งหลับกึ่งตื่นอยู่ใกล้ๆ สองเท้าของเธอ

เพราะความชะล่าใจต่อความรุนแรงของโรค ทำให้ฟาเบียนไม่เคยคิดเตรียมใจมาก่อนว่า สักวันหนึ่งเธอจะต้องมองไม่เห็น

ไม่อยากพึ่งใครถึงจะได้ชื่อว่าเป็น คนพิการ

อย่างไรก็ดี ฟาเบียนได้เริ่มใช้ไม้เท้าขาวอย่างจริงจัง เพื่อช่วยในการเคลื่อนที่ไปไหนมาไหนของเธอเอง

“8 ปีที่ไม้เท้าเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของฉัน มันเป็นเหมือนเพื่อนที่ดีที่สุด แต่ฉันพบว่า การใช้ไม้เท้าทำให้เกิดภาพลักษณ์บางอย่างที่ไม่ค่อยดีเท่าไหร่ การเลือกใช้สุนัขนำทางแทนไม้เท้าขาวเลยเป็นผลพวงมาจากการใคร่ครวญพิจารณานี้ เพราะฉันไม่คิดจะพึ่งพาใครตลอดไป” ฟาเบียนกล่าว

ด้วยความชื่นชอบในแฟชั่น ถึงจะมองไม่เห็นแต่การแต่งตัวของเธอไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้า แว่นตาดำ หรือเครื่องแต่งตัวต่างๆ บนตัวเธอก็ทำให้เราเห็นได้ชัด การถือไม้เท้าขาวจึงเสมือนกับเป็นส่วนเกิน และมักไม่เข้ากับลุคหรือไม่ถูกใจเธอนักตามทัศนะของเธอเอง เธอจึงเลิกใช้มันเมื่อ  5 ปีที่แล้ว

ฟาเบียนใช้เวลาราว 18 เดือน สำหรับการเรียนครอสอบรมการรับและใช้สุนัขนำทาง ในปี 2555 ฟาเบียนมีสุนัขนำทางสำหรับคนตาบอดตัวแรกในชีวิต ชื่อว่าแฟ็งลี เพศผู้พันธุ์โกลเดน รีทรีฟเวอร์

“แฟ็งลีเจ๋งมาก แฟ็งลีทำให้ฉันทำอะไรได้มากขึ้น เป็นคู่หูของฉัน และเป็นดวงตาให้กับฉัน” ฟาเบียนกล่าว

ณ ห้องเรียนเต้นในความมืด

ในแต่ละค่ำคืน ไม่ว่าจะเป็นบนเครื่องบิน บนรถไฟใต้ดิน ในโรงหนัง สระว่ายน้ำ ที่จำหน่ายตั๋ว หรือแม้แต่ในการทำงาน เจ้าแฟ็งลีไปกับเธอได้ทุกที่และสามารถปฏิบัติตามคำสังของเธอได้มากกว่า 50 คำสั่ง

“การมีแฟ็งลีอยู่ด้วย ทำให้ความมั่นใจของฉันกลับคืนมา ทำให้ฉันเกิดสมดุลในตัวเอง” ฟาเบียนอธิบาย ทั้งยังเพิ่มเติมอีกว่า การใช้สุนัขนำทางทำให้เธอรู้สึก ‘เป็นปกติ’ มากกว่าตอนที่ใช้ไม้เท้าขาวในการนำทาง

ปี 2555 หรือในปีแรกที่แฟ็งลีมาอยู่กับเธอ ฟาเบียนได้ก่อตั้งสมาคม Danse les yeux fermés สมาคมที่ส่งเสริมการเต้นให้ทั้งคนที่มองเห็นและมองไม่เห็น

ในห้องสอนเต้นของเธอ ฟาเบียนจะเอากระจกออกทั้งหมด โดยฟาเบียนเป็นคนนำนักเรียนในชั้นเต้นด้วยการออกเสียง

“ทั้งมองไม่เห็นและมองไม่เห็นกันและกัน ทำให้คนในชั้นเรียนมีพื้นที่ในการเคลื่อนไหวเป็นของตัวเอง” ฟาเบียนกล่าว

ฟาเบียนสูญเสียการมองเห็นของดวงตาข้างขวาไปเมื่อ 4 ปีที่แล้ว ปัจจุบันเธอเหลือการมองเห็นเพียงเล็กน้อยสำหรับดวงตาข้างซ้าย ถ้าจะเปรียบไปแล้วฟาเบียนถือว่ามองเห็นน้อยมาก ปัจจุบันเธอมองไม่เห็นลูกชายของเธอ สามีของเธอ หรือแม้แต่ถนนสายต่างๆ ในกรุงปารีสที่เธอรักอีกแล้ว

แฟ็งลีมีวันเกษียณอายุไหม ?

 “การมีสุนัขนำทางถือเป็นพรอันวิเศษ จะให้ฉันกล่าวขอบคุณเท่าไหร่ก็ไม่เคยพอหรอก” ฟาเบียนกล่าว

ทั้งนี้ ในช่วงปีที่ 8 ถึงปีที่ 10 ของแฟ็งลีที่มาอยู่กับฟาเบียน เจ้าสุนัขนำทางตัวนี้จะต้องเข้ารับการตรวจเช็คและการประเมินศักยภาพทางร่างกายในการเป็นสุนัขนำทาง ซึ่งเมื่อถึงเวลานั้น ก็อาจเป็นไปได้ว่า แฟ็งลีก็ต้องแยกจากเจ้านายอย่างฟาเบียนไป

“มันคือข้อตกลงก่อนออกเดินทางร่วมกัน เขาไม่ใช่ของฉัน หลังจากที่มีชีวิตแสนยุ่งเหยิงอยู่กับฉัน แฟ็งลีจะได้มีชีวิตแบบสงบสุขในช่วงบันปลายอย่างที่เขาสมควรได้รับ” ฟาเบียนกล่าว

อย่างไรก็ดี เมื่อไม่มีแฟ็งลีเพื่อนคู่หูสี่ขาแล้ว ฟาเบียนก็จะยังคงใช้ชีวิตของเธอกับสุนัขนำทางตัวอื่นที่เหมาะสมต่อไปอย่างแน่นอน

 

แปลและเรียบเรียงจาก

https://informations.handicap.fr/art-haustant-chien-aveugle-853-10181.php

ThisAble.me Logo