จาก‘โน้ตปริศนา’ต่อว่าเรื่องจอดรถ สู่ความเข้าใจ คนพิการไม่ต้องนั่งวีลแชร์เสมอไป

2015-11-16 00:00

หญิงคนหนึ่งซึ่งป่วยด้วยโรคปลอกประสาทอักเสบ(MS: Multiple Sclerosis) แชร์โน้ตชวนโมโหที่เขียนถึงเธอหลังจากที่เธอจอดรถในที่จอดสำหรับผู้พิการ

เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา ‘Justine Van Den Borne’ เผยแพร่ภาพกระดาษโน้ตแผ่นนี้ลงในเฟซบุ๊กแฟนเพจของเธอ หลังจากที่โน้ตนี้ได้ถูกทิ้งไว้บนรถขณะที่เธอลงไปซื้อของที่มิตชาร์ม ช้อปปิ้งเซ็นเตอร์ในเมลเบิร์น ประเทศออสเตรเลีย แผ่นโน้ตนั้นแผ่หลาอยู่บนกระจกหน้ารถของเธอ เขียนข้อความว่า ‘คุณลืมวีลแชร์รึเปล่า???’

เธอเขียนคำบรรยายยาวเหยียดพร้อมกับแนบรูปภาพโน้ตดังกล่าวเพื่ออธิบายว่าเธอมีภาวะของโรค ‘ปลอกประสาทอักเสบ’ ซึ่งโพสต์ของเธอมีคนไลค์มากกว่า 212,477 ไลค์และถูกแชร์เป็นจำนวนกว่า 50,000ครั้ง (ข้อมูลวันที่ 16 พ.ย.)

 

To person that left this on my car last week at Mitcham Shopping Centre- I was diagnosed with Multiple Sclerosis when I was 35. Not just MS but the worst one that never goes away and is slowly crippling my life. My kids have had to deal with things that kids shouldn't ever have to deal with and all of our futures are forever changed. On the day you saw me I was having a good day, I was walking with my daughter unaided having a nice day. Thank you for ruining that. You made me feel like people were looking at me, the exact way I feel when I can't walk properly. I am sick of people like yourself abusing me on my good days for using a facility I am entitled to. A disability doesn't always mean a person has to be wheelchair bound but lucky for you I one day will be. Right now my focus is to walk into my best friend’s wedding next September and not have to be pushed. I will be 42 Before you ruin another person’s day remember you don't know everything and just because you can't see it it doesn't mean a person isn't struggling to put one foot in front of the other.

ที่มา : https://www.facebook.com/photo.php?fbid=10201231409184568&set=a.1679806412291.68333.1751488076&type=3

 ‘ถึงคนที่ทิ้งโน้ตนี้ไว้ให้ฉันเมื่ออาทิตย์ที่แล้วที่ มิตชาร์ม ช้อปปิ้งเซ็นเตอร์ ฉันถูกวินิจฉัยว่าเป็นโรค ‘ปลอกประสาทอักเสบ’ ตอนอายุ35 ปี แต่มันไม่ใช่แค่นั้น สิ่งที่แย่ยิ่งกว่าคือมันไม่มีวันหายและมันกำลังทำลายชีวิตของฉันไปเรื่อยๆ ลูกของฉันต้องเจอกับสิ่งที่เด็กๆ ในวัยพวกเขาไม่น่าต้องเจอ รวมทั้งอนาคตของพวกเราก็จะเปลี่ยนไปตลอดกาลเช่นกัน ในวันหนึ่งคุณเห็นฉันมีความสุข ฉันเดินไปโดยไม่ต้องมีใครช่วยเหลือพร้อมกับลูกสาวและกำลังมีวันที่ดีๆ ด้วยกัน ขอบคุณที่ทำลายวันเหล่านั้น คุณทำให้ฉันรู้สึกเหมือนกลายเป็นคนที่ไม่สามารถเดินได้โดยสมบูรณ์แบบ ฉันเกลียดคนแบบคุณที่พยายามยัดเยียดดูถูกให้ฉันใช้อุปกรณ์ที่คิดว่าเป็น ‘สิทธิ์’ของฉัน การเป็นคนพิการไม่จำเป็นว่าจะต้องนั่งอยู่บนวีลแชร์เสมอไป แต่ก็เป็นโชคดีของคุณที่วันหนึ่งฉันก็จะต้องใช้มัน ในเดือนกันยายนปีหน้าเพื่อนสนิทของฉันจะแต่งงานและฉันยังมีเป้าหมายที่จะ ‘เดิน’ ไปงานแต่งงาน ไม่ใช่ ‘เข็น’ ซึ่งในตอนนั้นฉันจะอายุ 42 ปี และก่อนที่คุณจะไปทำลายวันดีๆ ของใครอีก จำไว้ว่าคุณไม่ได้รู้ทุกอย่างและแค่เพราะคุณไม่เห็น ไม่ได้แปลว่าเขาไม่ได้กำลังต่อสู้เพื่อที่จะกำลังก้าวข้ามบางสิ่งบางอย่าง’

เธอเขียนว่า “ฉันเกลียดคนแบบคุณ ที่พยายามยัดเยียดดูถูกให้ฉันใช้อุปกรณ์ที่คิดว่าเป็น ‘สิทธิ์’ของฉัน การเป็นคนพิการ ไม่ได้จำเป็นว่าจะต้องนั่งอยู่บนวีลแชร์เสมอไป แต่ก็เป็นโชคดีของคุณ ที่วันหนึ่งฉันก็จะต้องใช้มัน”

พร้อมทั้งจบคำบรรยายว่า “ก่อนที่คุณจะไปทำลายวันดีๆ ของใครอีก จำไว้ว่าคุณไม่ได้รู้ทุกอย่างและแค่เพราะคุณไม่เห็น ไม่ได้แปลว่าเขาไม่ได้กำลังต่อสู้เพื่อที่จะกำลังก้าวข้ามบางสิ่งบางอย่าง”

เธอกล่าวกับ The Age ว่า เหตุการณ์เหล่านี้เกิดขึ้นกับเธอ ‘ตลอดเวลา’ เมื่ออาทิตย์ที่แล้ว เหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้น 3 วันติดต่อกัน ในห้างสรรพสินค้า 3 ที่ที่เธอไป

“ฉันไม่ต้องการให้คนอื่นมาสงสาร แต่ขอแค่ให้ช่วยพยายามเข้าใจว่าทุกๆ คนมีเรื่องราวที่แตกต่างกัน คุณไม่สามารถตัดสินใครได้จากภายนอก” เธอกล่าว

เธอกล่าวว่า “ด้วยอายุของฉัน พอพวกเขาเห็นฉันทำแบบนั้น พวกเขาก็คิดกันไปอัตโนมัติว่าฉันกำลังทำสิ่งที่ผิด ซึ่งจริงๆ แล้วฉันไม่สามารถถือของช็อปปิ้งได้เอง เดินไกลๆ ก็ไม่ไหว แถมยังมีกระเพาะปัสสาวะเหมือนคุณยายอายุ 80 อีก”

เธอยังเสริมอีกว่า “มันยาก และยิ่งยากขึ้นในทุกๆ วัน ฉันรูดซิปขึ้นไม่ได้ ฉันติดกระดุมก็ไม่ได้และเร็วๆ นี้ก็น่าจะขับรถไม่ได้ และน่าจะสูญเสียความมั่นใจในตัวเองไปพอสมควร”

สาวอายุ 41 ปีรายนี้ ถูกวินิจฉัยว่าเป็นโรคปลอกประสาทอักเสบ เธอต้องหยุดงานพนักงานต้อนรับที่เคยทำ เดินด้วยไม้เท้าเพื่อช่วยพยุงร่างกายและคาดว่าในอีก 2-3 ปี เธอจะต้องใช่วีลแชร์ในการเดินทาง

ในขั้นที่สองของโรคปลอกประสาทอักเสบที่เธอเป็น อาการจะค่อยๆ แย่ลงเมื่อเวลาผ่านไปและโรคนี้ยังไม่มีทางรักษา ส่งผลกระทบต่อสมองและไขสันหลัง ทำให้เกิดอาการต่างๆ รวมถึงการสูญเสียการมองเห็น กล้ามเนื้อเกร็ง เหนื่อยง่าย และสูญเสียสมดุลของร่างกาย

Liz Sayce ซีอีโอของ Disability Rights UK บอกกับ The Independent ว่า “พวกเราอาศัยอยู่ในวัฒนธรรมที่ ‘คลางแคลงใจ’ ถ้าผู้พิการไม่ได้มีความพิการแบบเห็นเด่นชัด ลองจินตนาการว่าผู้พิการเป็นโรคหัวใจหรือปลอกประสาทอักเสบซึ่งสามารถเดินได้ในระยะทางสั้นๆ แต่กลับถูกกระทำโดยคนรอบข้างเสมือนคุณไปโกงใครมาถ้าหากเลือกที่จะจอดรถในที่จอดรถคนพิการ “

“คนพิการในอังกฤษทั้งหมด 11 ล้านคน มีเพียง 1.2 ล้านคนที่ใช้วีลแชร์ มีผู้พิการอีกหลายๆ คนนอกจากนั้นที่มีความจำเป็นที่ต้องจอดรถใกล้กับร้านค้า, ต้องการการดูแลสำหรับผู้พิการ, ต้องการการปฏิบัติที่เท่าเทียมและหยุดการมีอคติต่อผู้พิการ”

นอกจากนี้ ยังมีผู้พิการรายอื่นที่ใช้ชื่ออินสตราแกรมว่า lottielestrsngeofficial ซึ่งประสบปัญหาเดียวกับเธอ โดยป่วยด้วยโรคซิสติก ไฟโบรซิส (cystic fibrosis) ก็ได้รับโน้ตในลักษณะเดียวกัน

ที่มา: https://instagram.com/p/94VmM4MTVw/?taken-by=lottielestrangeofficial

 

และมีผู้เข้าไปแสดงความคิดเห็นไว้มากมาย เช่น

‘ฉันเรียนรู้ว่ามันง่ายกว่า หากเอาไม้เท้าไปด้วย ทั้งๆ ที่บางทีอาจะไม่ได้มีความจำเป็นที่จะต้องใช้ คนเราต้องการสัญลักษณ์และค่อนข้างจะด่วนตัดสินคนอื่นๆ หากความพิการนั้นไม่ปรากฏ’- Fearless Flyspeck

‘ตอนที่ใช้ที่จอดรถผู้พิการ ความรู้สึกมีภาระก็เพิ่มมากขึ้น เพราะฉันต้องพิสูจน์ความ ‘พิการ’ เพื่อลดทอนความสงสัยของคนอื่นๆ คนบางคนก็อาจจะเดินได้ แต่ไม่ไกล แต่ก็ไม่ถึงกับต้องใช้วีลแชร์ ’- Balls

‘คนเราควรจะสนใจแต่เรื่องตัวเองก็พอเพราะมันไม่ใช่เรื่องของพวกเขาเลยในการมานั่งตัดสินว่าใครควรจอดหรือไม่จอดรถในที่จอดรถคนพิการ’- Em

 

ที่มา: http://www.independent.co.uk/news/world/australasia/woman-with-multiple-sclerosis-asked-did-you-forget-your-wheelchair-after-parking-in-disabled-bay-a6730216.html

http://www.theage.com.au/victoria/forget-your-wheelchair-what-no-one-with-disability-should-ever-be-asked-20151111-gkw69x.html