Skip to main content

เมื่อวันอาทิตย์ 25 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา Thisable.me, ศูนย์การดำรงชีวิตอิสระคนพิการพุทธมณทล, บุญรอดบริวเวอรี่และดีคอมมูเนร่วมจัดงานเสวนา “เสรีภาพหรือเสรีพร่อง 3.0” วงแรกของปีว่าด้วยเรื่อง “แล้วฉันช่วยตัวเองได้ไหม? คนพิการจะทำได้หรือเปล่า” เสวนาที่ว่าด้วยคนพิการและการสำเร็จความใคร่ด้วยตนเอง โดยมีอภิชาติ หงษ์พัฒน์, อธิษฐาน สืบกระพันธ์, ชยธร ชนะโชคชัยกุล ร่วมเสวนาและวิปัศยา อยู่พูล เป็นคนชวนคุย

วิปัศยาเริ่มต้นด้วยการเล่าถึงที่มาที่ไปของเสวนานี้ โดยระบุว่า เรื่องการช่วยตัวเองและความสุขทางเพศต่างๆ เป็นเรื่องที่ปกติคนไม่ค่อยพูดในที่สาธารณะเท่าไหร่ ทั้งๆ ที่ความสุขทางเพศนั้นเป็นสิทธิที่ทุกคนควรเข้าถึง แต่ทำไมคนกลับคิดว่าคนพิการจะเข้าไม่ถึง อภิชาติหรือบูมเล่าว่า เมื่อก่อนเขามองเห็นปกติดีทุกอย่าง เพิ่งมาตาเลือนลางและค่อยๆ ฟ่อลงจนมองไม่เห็นตอนอายุ 13 ปี จากอาการเซลล์เลนส์ตาเสื่อม ขณะที่อธิษฐานหรือเพลง มีความผิดปกติของร่างกายตั้งแต่อยู่ในครรภ์ เธอไม่ดิ้น จนคลอดออกมาก็พบว่าแขนและขาไม่สามารถขยับได้เพราะเป็นข้อยึดและอ่อนแรง ต่างจากชยธรหรือเปาที่พิการภายหลังจากกระดูกไขสันหลังหัก ตั้งแต่ช่วงใต้อกไปไม่มีความรู้สึก แต่เขาก็ยังเน้นย้ำว่า ส่วนนั้นยังใช้การได้ 

 

พิการแล้วยังมีความต้องการอยู่เหรอ

เปา: เป็นเรื่องปกติของมนุษย์ หมาแมวยังเงี่ยนเป็นถึงฤดูผสมพันธ์ยังทำเลย ทุกวันนี้ผมพิการยังทำเลย ผมไม่เข้าใจว่าทำไมคนถึงถามอะไรแบบนั้น ถ้าเป็นคนรู้จักเราคงตอบ แต่ถ้าเป็นคนไม่รู้จักก็คงไม่ต้องตอบอะไร ไม่รู้ก็ไม่ต้องรู้ไป จะมาเสือกทำไม ผมว่าคนไม่ควรถามเรื่องปกติธรรมชาติแบบนี้ สำหรับผมก็ยังเป็นความรู้สึกเดียวกันตั้งแต่ยังไม่พิการ ผมก็ยังเป็นคนเงี่ยนคนเดิม ยังใช้ชีวิตปกติเหมือนคนทั่วไป แต่อาจไม่ช่ำชองเหมือนตอนที่ร่างกายปกติ ความต้องการไม่ลดลงแต่วิธีการอาจลดลง อย่างเราเคยทำหลายๆ ท่า ตอนนี้ก็ทำไม่ได้ทั้งกับคู่นอนและการช่วยตัวเอง จริงๆ มันอยู่ที่ระดับความพิการ 

 

ผมยังสามารถเคลื่อนที่ไปเหนี่ยวหรือสาวตรงไหนก็ได้ที่เป็นที่ปลอดภัย เวลาผมช่วยตัวเองกว่าจะเสร็จค่อนข้างนานและไม่ได้ช่วยตัวเองบ่อยเพราะเน้นวิจัย ช่วงแรกๆ ผมก็เลยลองจับลองเล่นบ่อยๆ ลองช่วยตัวเองว่ามีน้ำออกมาไหม แต่พบว่ามันนานมาก อาจเพราะไม่มีสิ่งเร้าเพราะติดเตียงอยู่โรงพยาบาล ช่วงกลางคืนก็พยายามช่วยตัวเอง แต่ก็ท้อ ไม่ไหวเพราะนานเกินไป แต่ในที่สุดผมก็ค้นพบความสำเร็จว่ายังแตกได้อยู่ แม้ไม่รู้สึกเสียวเหมือนเดิมแต่รู้สึกว่าสมองปรอดโปร่ง เหมือนมีอาการเกร็งของกล้ามเนื้อ ยังมีโมเม้นของจุดสุดยอด ก็ใช้ยาช่วยให้ของเรามันแข็งนานขึ้นกว่าเดิม ถ้าไม่กินมันจะแข็งเป็นช่วงสั้นๆ แปปเดียวก็หด

 

เพลง: ถ้าเราเบ็ดเราจะถูๆ ก็รู้สึกดีแล้ว ไม่จำเป็นต้องถูนานหรือเสร็จ แค่ถูจนพอใจก็โอเคแล้ว ถ้าเป็นช่วงเด็กๆ จะใช้ตุ๊กตา ช่วงแรกเราอยากรู้ว่าความรู้สึกนี้คืออะไร ตอนแม่อาบน้ำให้แล้วถูไปโดนเราจะรู้สึกแปลกๆ รู้สึกดี อยากให้แม่โดนอีก มันเป็นความรู้สึกเสียวๆ ตอนเราช่วยตัวเองแม่ก็รู้เพราะเห็นสารคัดหลั่ง เขาเป็นพยาบาลเลยรู้ว่าน้ำนี้คืออะไร ตอนอยู่บ้านไม่ค่อยมีพื้นที่ส่วนตัวเพราะอยู่กับน้องๆ เวลาส่วนตัวก็คือช่วงที่ไม่มีใครอยู่บ้าน ตอนคนอื่นไปตลาด ไปขายของ เราก็หาจังหวะช่วงนั้น ถ้ามีคนอื่นอยู่ก็อาจต้องใช้วิธีการดูหนังแทน 

 

ตอนอยู่โรงเรียนประจำเราไม่ค่อยเบ็ดเพราะรู้สึกว่าเป็นเรื่องไม่ดี ตอนอยู่กับเพื่อนก็เลยไม่กล้าบอกเพื่อนถึงไม่เบ็ดก็ไม่ถึงขั้นอึดอัด แต่พอไม่ได้ทำสิ่งนี้ก้จะวนเข้าหัวเราบ่อยหน่อย อีกเหตุผลก็คือที่โรงเรียนประจำมีคนเยอะ บางทีนอนกับคนอื่น ถ้าเพื่อนตื่นมาเห็นคงจบเลย ตอนนั้นไม่ได้รู้สึกว่าสูญเสียอะไรเท่าไหร่เพราะอยู่โรงเรียนประจำมีอะไรให้ทำเยอะแยะ หากจะรู้สึกก็เพราะมีอะไรมากระตุ้น เช่น เรียนเรื่องเพศศึกษาหรือดูหนังฉากเลิฟซีน ไม่ใช่แค่กับเราแต่นักเรียนประจำคนอื่นๆ ที่อยากลองสัมผัสร่างกายตัวเองหรืออยากรู้ว่าเบ็ดเป็นยังไงก็ทำไม่ได้เพราะเป็นห้องน้ำรวม ทำอะไรก็เห็นกันหมด มีอีกวิธีนึงก็คือหาแฟน อย่างเราเรียนจบมาก็หาแฟนเลย จะได้มีคนคอยทำให้ ไม่ต้องมาเบ็ดเอง จริงๆ เรามีแฟนตั้งแต่ในโรงเรียนแต่มีเพศสัมพันธ์กันตอนเรียนจบ

 

บูม: ไม่มีอุปสรรค ไม่เงี่ยนน้อยลงเลย เป็นอุปสรรคอย่างเดียวคือตาบอดนั้นลดสิ่งเร้าที่ทำให้รู้สึกเพราะไม่เห็นภาพ จากที่เคยเห็นร่องอกหรือขาอ่อนก็ไม่เห็นแล้ว แต่เราก็ยังจินตนาการได้ ตอนนี้เราก็ยังดูหนังโป๊ได้ผ่านการฟังเสียง ผมที่เคยเห็นก็ยังจินตนาการได้ เสียวปกติ ชักว่าวปกติ แข็งปกติ และใช้ประสาทสัมผัสอื่นทดแทน เช่น การสัมผัสเพราะคนตาบอดชินกับการสัมผัสอยู่แล้วในชีวิตประจำวัน

ถ้าอยู่ที่บ้านเราก็เข้าห้องน้ำไปจัดการตัวเองได้อยู่ แต่พออยู่รวมกันในโรงเรียนสอนคนตาบอดเป็นห้องน้ำรวม ไม่มีความเป็นส่วนตัว ถึงจะเงี่ยนมากแต่ไปชักในห้องน้ำก็กลัวมีคนอยู่ข้างๆ เกิดนั่งชักกำลังฟิน แล้วเพื่อนมาทัก มีการแกล้งกันคงไม่โอเค

 

ในโรงเรียนมีการสอนเรื่องความสุขทางเพศไหม

บูม: ส่วนใหญ่สอนวิธีการป้องกัน การใช้ยาคุม การใช้ถุงยาง แต่สิ่งเหล่านี้ไม่ตรงกับวัยเราเพราะสิ่งที่อยากรู้กลับไม่เข้าใจ จะสอนให้ป้องกันทำไมในเมื่อไม่ได้สอนว่าต้องทำยังไง จนเราต้องไปลองผิดลองถูก บางทีก็เชิญวิทยากรมาให้ความรู้แต่ในโรงเรียนกลับห้ามพกถุงยาง ไม่ให้พกยาคุม ทุกอย่างตรงกันข้ามกันหมดเลย แล้วจะสอนเพื่ออะไร ครูก็มาตั้งคำถามว่าพกไว้ทำไม จะเอาไปใช้กับใครที่ไหน ในช่วงวัยรุ่นเรามีความต้องการอยู่แล้ว อยากมีแฟน อยากรู้อยากลอง จึงอยากให้สอนว่าเราต้องทำยังไง 

อยากฝากว่า คนทั่วไปคุณมีโอกาสพิการได้ตลอดเวลา ดังนั้นเรื่องเพศไม่ใช่เรื่องแปลก คุณต้องเลิกมองว่าคนพิการจะไม่ทำแบบนั้นแบบนี้ แต่ให้มองว่าเขาคือคน มีความรู้สึก แต่แค่มีข้อจำกัดอะไรบางอย่างที่คุณก็มีโอกาสมีได้เหมือนกัน

 

เพลง: ที่โรงเรียนค่อนข้างเข้มงวดเรื่องความรักในวัยเรียน บอกเราว่าห้ามทำ ความรู้ที่มีเกือบทั้งหมดมาจากแม่ เขาบอกว่าสอนเพราะวันหนึ่งอาจมีโอกาสได้ทำ ต้องทำแบบไหน ให้ใส่ถุงยางแบบไหน กินยาคุมแบบไหน เขาไม่อยากให้เราท้องไม่พร้อมหรือท้องในวัยเรียน แต่ครอบครัวอื่นอาจไม่ได้มีความเข้าใจในเรื่องนี้ นอกจากนั้นก็ได้ความรู้ในอินเตอร์เน็ตซะส่วนใหญ่ ส่วนโรงเรียนจะสอนว่าถ้าท้องไปแล้วจะเกิดอะไรขึ้น เขาเปิดซีรี่ย์ฮอร์โมน ตอนที่ผู้หญิงมีอะไรกันแล้วพลาดท้องจนต้องทำแท้งเอง เขาสอนเพื่อให้เรากลัวหากถ้ามีอะไรกันแล้วพลาดท้องจะเป็นแบบนี้ จะเจ็บแบบนี้ ผู้ชายก็จะทิ้ง เราต่อต้านการสอนแบบนี้เพราะครูพยายามยัดความกลัวให้เด็ก พอเราตั้งคำถามก็ถูกมองว่าเป็นเด็กไม่ดี ทั้งที่จริงแล้วเราอยากรู้ว่าจะมีเซ็กส์ที่ไม่ท้องได้อย่างไร

 

นอกจากนี้แม่เรายังสอนว่าถ้าถูกข่มขืนแล้วจะทำอย่างไร หากแจ้งตำรวจเต็มที่ก็แค่ได้รับเรื่อง แล้วเราต้องทำยังไงต่อ เลยอยากให้การศึกษาสอนว่าหากเกิดกรณีร้ายแรงจะทำอย่างไร แค่ผู้หญิงก็เป็นเหยื่อแล้ว พิการอีกก็ปกป้องตัวเองไม่ได้ ตอนอยู่ในโรงเรียนเรามองว่ายังไม่อันตรายเพราะครูยังดูแลได้ แต่เขากลับไม่มีวิธีดูแล เอาแต่สอนว่าถ้าท้องแล้วจะเป็นอย่างไร

 

เราคิดว่าเรื่องเพศนั้นเล่าได้ เราเองเป็นคนที่ชอบสาระแนเรื่องคนอื่น ก็คิดว่าคนอื่นถามกลับได้เหมือนกัน ดีกว่าเขาเอาไปคิดว่าคนพิการต้องน่ารัก เรียบร้อย อยู่ในกรอบ เป็นคนที่น่าสงสาร คนพิการพิการแค่ร่างกาย แต่ความรู้สึกทางเพศก็เหมือนกัน

 

เปา: รู้สึกตัวเองโชคดีมากที่ไม่ต้องเรียนโรงเรียนคนพิการ ถ้าเรียนคงโดนไล่ออกเพราะผมเป็นคนหัวรั้น ถ้าผมจะทำอะไรสักอย่างเกี่ยวกับตัวเองแล้วไม่เดือดร้อนคนอื่นก็ไม่น่าจะเป็นปัญหา ผมไม่ได้ไปชักว่าวกลางสี่แยก ผมมองว่าครู พ่อแม่ ครอบครัวมักออกคำสั่งห้ามมากกว่าจะสอนหรือแนะนำว่าสิ่งไหนควรไม่ควร ถ้าเราโดนออกคำสั่งเราก็ยิ่งต่อต้าน 

 

ถ้ามีเซ็กส์ทอยจะทำให้มีความสุขมากขึ้นไหม

เปา: จะช่วยได้มาก ผมจะได้ปวดเอวหรือหัวไหล่น้อยลง เพราะทุกวันนี้เวลาอยู่ข้างบนปวดไหล่มาก ตอนนี้มีของต่างชาติแต่ก็ไม่กล้าเอาเข้ามากลัวจะผิดกฏหมาย ผมเองเวลาอยากได้ยาก็ไปหาหมอและขอมา แต่ถ้าเป็นเซ็กส์ทอยก็อยากให้ทำแบบนี้ได้ ถ้าหมอเห็นสมควรก็อยากให้ซื้อได้ ทุกวันนี้ตามคลองถมก็มี หากทำให้ถูกกฏหมายก็จะได้เก็บภาษี สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่อาวุธสงคราม ผมว่าเขาคงห่วงภาพลักษณ์ของประเทศมากกว่าห่วงประชาชน

 

เพลง: เราจินตานาการถึงเทคโนโลยีที่มันล้ำขึ้น อาจสามารถช่วยเราค้นหาความสุข เช่น เราเสร็จจริงไหม หรือเสร็จจริงๆ เป็นยังไง ทำให้ไม่เหงา คนโสดก็มีสิทธิที่จะค้นหาจุดของตัวเอง ถ้ากลัวว่าของเมืองนอกจะแพง ไทยก็ควรผลิตเองได้

 

คำถามจากทางบ้าน

พอพูดเรื่องพวกนี้แล้วสังคมตัดสินไหม

บูม: บ่อย เจอที่โดนตัดสิน โดนคิดแทน เป็นกับทุกเรื่องแม้กับเรื่องใช้ชีวิต มีครอบครัวมีแฟน มีลูกจะเลี้ยงกันยังไง บางอันเป็นคำถามที่เขาไม่ต้องการคำตอบแต่เขาเลือกด้อยค่าเราไปเลย ตอนผมยังไม่พิการผมก็สงสัยว่าพิการแล้วจะเที่ยวร้านเหล้ายังไง กินเหล้าเป็นเหรอวะ แต่พอมาพิการก็เข้าร้านเหล้าปกติ ทำทุกอย่างได้ ไม่อยากให้สังคมมองว่าคนพิการเป็นพระที่ต้องถือศีล ไลฟ์สไตล์แต่ละคนไม่เหมือนกัน ใครจะใช้ชีวิตแบบไหนก็ได้ ไม่ควรคิดแทนหรือเหมารวม

 

เพลง: เราโดนตัดสินว่าภายนอกดูเป็นคนเรียบร้อย เป็นคนพิการน่ารัก เลยถูกพูดว่าพิการแล้วเป็นแบบนี้ได้เหรอ ทำไมพิการแล้วยังกินเหล้า จะบอกว่าเหล้าไม่ได้ทำให้พิการ แต่เหล้าส่งผลต่อตับ ไม่ได้ทำให้ขาลีบ เราเคยซื้อบุหรี่ให้เพื่อน เขาก็จะบอกว่าสูบด้วยเหรอ เรามองว่าคนพิการก็มีสติ มีเซลล์สมองคิดได้ ยิ่งพิการแล้วก็ยิ่งต้องพิจารณา เวลาคนมาถามเราชอบตอบมาก เพราะเราไม่อยากให้เขาเข้าใจผิดๆ หรือตัดสินแบบผิดๆ คนพิการคนหนึ่งเป็นแบบหนึ่ง ไม่ได้แปลว่าคนอื่นจะเหมือนกันหมด คนพิการคนหนึ่งวันนี้นั่งรถเข็นมีอะไรกับคนหนึ่ง อีกวันก็ปั่นรถเข็นคันเดิมไปมีอะไรกับอีกคนหนึ่ง อยากให้ทุกคนเข้าใจคนพิการในมุมความเป็นจริง เราขึ้นแท็กซี่เขาถามว่าเป็นอะไรกัน เราบอกเป็นแฟน เขาก็ถามว่ามีแฟนแล้วเหรอ เราก็จะบอกเลยนี่แฟนค่ะ อายุ 23 ทำงานที่เดียวกัน อยู่คอนโด เงินเดือนหมื่นกว่าบาท พ่อแม่รับรู้ค่ะ จบ อีกคำถามคือขอซื้อหวยหน่อย บางทีเราเจอบ่อยๆ เราก็เผลอบอกไปว่าเมื่อกี้พี่ยกรถเข็นพี่เห็นแผงหวยเหรอคะกลายเป็นว่าเราดูก้าวร้าว บางคนก็บอกว่าอุดหนุนคนพิการเถอะเพราะได้บุญหรือไม่ก็บอกว่าคนพิการไม่ค่อยมีเงินเลยมาขายหวย รู้ไหมว่ามาลงทุนขายหวยเท่าไหร่ หลายหมื่นนะ หนูเองยังไม่ไหวเลย อย่าคิดว่าคนพิการก็ต้องได้หวยโควต้า ไม่จริง เดินเรื่องอะไรกับภาครัฐเป็นอะไรที่ยากมาก นี่ขนาดหนูเป็นคนพิการยังต้องไปขอเป็นคนทุพพลภาพของประกันสังคมอีก เพื่อจะใช้สิทธิ 

แล้วจะยังว่าว ยังเบ็ดกันทำไม

 

เปา: ก็ผมเงี่ยนนี่ เวลาผมเงี่ยนก็ไม่ได้ไปสร้างความเดือดร้อนให้ใคร ผมก็ไม่ได้ไปว่าวกลางสี่แยก ผมก็ทำในบ้าน ทำในห้องลับตาคน

 

บูม: ผมไม่ใช่แค่อยากรู้ แต่กูใช้ชีวิตของกู กูก็ใช้ชีวิตเหมือนมึง กูตาบอดแล้วตรงนั้นกูไม่ได้บอดหนิ อันนั้นของกูมันไม่ต้องใช้ตา ต่อให้ไม่มีไฟมันก็เข้า ต่อให้มองไม่เห็นกูก็ว่าว มึงปิดตามึงก็ว่าว 

มีข้อเสนออะไรต่อภาครัฐ 

 

เพลง: เราอยากมีชีวิตยุ่งยากแต่เลือกเองได้ ตอนนี้มีทางเลือกที่ง่ายคือนั่งแท็กซี่ แต่เราก็อยากประหยัดเงินเราก็ต้องเลือกทางยุ่งยาก กับอีกส่วนคือไม่อยากเป็นภาระคนขับรถ เราต้องคุยบอกทาง ยิ่งถ้าเจอแท็กซี่ไม่ดี เค้าระบายเค้าฟึดฟัดกับเรา เราก็ทำกลับไม่ได้ เราเลยเลือกทางที่ยุ่งยากมากว่าแต่สบายใจ เราอยากใช้ชีวิตที่หลากหลาย แต่ขอให้สังคมนึกถึงเราบ้างก็ดี ฟุตปาธก็ควรทำให้ดีเพราะเข็นมาแล้วนึกว่าอยู่บนดวงจันทร์ พอกลัวมอเตอไซค์ขึ้นก็ไม่ทำทางลาด แล้วคนพิการก็ขึ้นไม่ได้ 

 

ส่วนเรื่องสิทธิในเรื่องเพศ คนชอบคิดว่าคนพิการไม่ควรท้อง ก็จะพาคนพิการไปทำหมันตัดมดลูก เพื่อไม่ต้องการให้มีประจำเดือน สำหรับครอบครัวก็อาจเป็นเรื่องง่ายแต่เราไม่มีสิทธิได้เลือก ถึงแม้ประจำเดือนจะหายและไม่ท้อง แต่พอไม่มีมดลูกระบบร่างกายเราแปรปรวน เราเป็นคนขอแม่ให้ตัดมดลูกเองเพราะเราขึ้เกรงใจ ไม่อยากให้คนมาช่วยทำนู่นทำนี่ เช็ดเลือดประจำเดือน การตัดมดลูกเป็นเหมือนการตัดสิทธิเรา ใครจะไปรู้ว่าเราโตขึ้นมาอาจจะมีผัวรวย อาจจะอยากมีลูกก็ได้  

 

บูม: วันนี้ก็เจอแท็กซี่คิดแทน แต่เขาบอกว่าไม่มีนะร้านดีคอมมูเน มีแต่บ้านคน ขับไปเรื่อยเปื่อย สิ่งที่ผมต้องการจะไปคุณไม่จอดให้ผมลง และคิดแทนว่าต้องมาร้านนี้ ผมไม่เชื่อว่าถ้าคนอื่นคิดแทน ให้ทำโน่นทำนี่ทำนั่นจะเป็นชีวิตที่เรียบง่าย

 

เปา: ผมฝากให้คนในสังคมว่า อย่าทับสิทธิ ให้ช่วยกันปลูกฝังคนไม่ให้ไช้สิทธิคนพิการ เช่น ที่จอดรถ ห้องน้ำ เรามีลูกเราสอนลูก อนาคตคนในสังคมจะได้ให้เกียรติซึ่งกันและกัน